Posted by: A Little Catz | ตุลาคม 5, 2009

Best Cocoa Brownie

…สวัสดีค่ะ วรรณเป็นคนชอบทำขนม ที่ไม่ชอบกินขนม ^^”
เชื่อว่าหลายๆคน คงเป็นแบบเดียวกะวรรณ คือทำขนมมาก มากจนเอียน เลี่ยน
แค่ได้กลิ่นก็เบื่อละ ให้ชิมแค่คำเดียวยังแทบไม่อยากจะชิม ^^”

แต่มีขนมอย่างนึง ที่เมื่อไหร่ที่ทำ จะอดที่จะชิมไม่ได้เสมอ นั่นก็คือ Brownie นี่เองค่ะ

Brownie เป็นขนมอบที่วรรณหัดทำเป็นอย่างแรกเลยค่ะ ตอนนั้นซื้อแป้งสำเร็จรูปมาทำ
ออกมาแล้วกินได้นี่ดีใจมากๆ ^^

พอเริ่มทำขนมเป็น ก็พยายามเสาะหาสูตรบราวนี่อร่อยๆมาตลอด
หลายสูตรที่หลายคนบอกว่าอร่อยพอลองทำก็ไม่ถูกใจ เพราะบราวนี่ส่วนมากจะออกรสชาติที่ค่อนข้างหวานจัด

จนกระทั่งได้มาลองทำสูตรนี้ Best Cocoa Brownie ของคุณ อ้วนดำปึดปื๋อ (ต้องขออภัยไว้ณ ที่นี้ที่วรรณ
ไม่ได้ทำลิงค์ต้นฉบับให้นะคะ เนื่องจากบล็อกคุณอ้วนดำปึดปื๋อปิดไปแล้ว วรรณไม่ทราบลิงค์บล็อกใหม่น่ะค่ะ)
จึงได้สูตรบราวนี่ที่อร่อยถูกใจ  หลังจากทำบราวนี่สูตรนี้แล้ว ก็ยึดเป็นสูตรที่ใช้ประจำตัวเลยล่ะค่ะ

และต้องขอโทษอีกครั้งที่วรรณจำสูตรต้นฉบับไม่ได้ ^^” จำได้แต่แบบในเวอร์ชั่นที่วรรณปรับสูตรเรียบร้อยแล้ว
ยังไงก็ลองไปทำทานดูนะคะ สูตรเค้าอร่อยจริงๆค่ะ ^^

ฺBest Cocoa Brownie
เนย  160 กรัม (ถ้าเป็นเนยจืด ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา ถ้าเป็นเนยเค็มใส่เกลือ 1/4 ช้อนชา)
น้ำตาล 220 กรัม
ไข่ 2  ฟอง
แป้งเอนกประสงค์ 75 กรัม
ผงโกโก้ 60 กรัม
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
ช๊อคโกแล็ตชิพ 1 ถ้วยตวง หรือจะใช้ช๊อคโกแล็ตแบบ Dark Chocolate แล้วหั่นลงไปผสมก็ได้ค่ะ

วิธีทำ
1. วอร์มเตาอบ ไฟ บน-ล่าง 175 องศา และละลายเนย พักไว้ให้เย็น

2. คนน้ำตาลกับไข่ ด้วยตระกร้อมือ ให้น้ำตาลละลาย หรือจะใช้เครื่องตีก็ได้นะคะ ตีให้น้ำตาลละลาย
วรรณขี้เกียจเปิดเครื่องตี มักจะใช้วิธี ใช้ตระกร้อมือคนๆสัก 5 นาทีพอให้น้ำตาลละลาย แล้วใส่วนิลาลงไปคนให้เข้ากัน

3.  ผสมเนยละลายลงไปในไข่และน้ำตาล คนให้เข้ากัน ใส่แป้งอเนกประสงค์ (ไม่ต้องร่อนนะคะ) และผงโกโก้ลงไปคนให้เข้ากัน
ใส่ช๊อคชิพลงไป หรือจะไม่ใส่ก็ได้นะคะ การใส่ช๊อคโกแล็ตชิพลงไปจะทำให้บราวนี่หน้ากรอบค่ะ

วรรณเคยทดสอบกับปู mr.chocopie เรื่องทำยังไงบราวนี่สูตรนี้จะหน้ากรอบทุกครั้งที่ทำ เพราะบางทีทำแล้วหน้ากรอบ บางทีหน้าไม่กรอบ
ก็มาลงตัวที่ ต้องคนน้ำตาลกับไข่ให้ละลาย ใส่เนยที่เย็นแล้ว และ ต้องใส่ช๊อคชิพด้วยเท่านั้น หน้าถึงจะกรอบค่ะ
ถ้าไม่ใส่ช๊อคชิพ ยังงัยหน้าก็จะไม่กรอบค่ะ

4. เทลงถาดขนาด 8*8 ที่ปูด้วยกระดาษไข แล้วอบ ประมาณ 18 นาที หรือขึ้นอยู่กับเตานะคะ ของวรรณจับเวลาได้เลย 18-20 นาที ไม่เกินนี้ค่ะ
จะได้บราวนี่ที่ฉ่ำกำลังดีเลยค่ะ

5.  เมื่อสุกแล้วนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นแล้วจึงตัดนะคะ ถ้าตัดตอนร้อนๆจะตัดยาก ไม่สวยงามค่ะ

บราวนี่สูตรนี้ แม้ทำแบบไม่ใส่ช๊อคฯชิพก็อร่อยนะคะ ทำง่ายมากๆ แต่อร่อยค่ะ ใช้เวลาทำไม่ถึง 10 นาที บวกเวลาอบแล้วเสร็จภายใน 30 นาที
ส่วนผสมก็ไม่มากไม่มาย ไม่หวานจัดแบบบางสูตร ปกติวรรณมักจะอบแบบไม่ใส่ช๊อคชิพ แล้วใส่ลงไปใน CheeseCake Brownie อร่อยใช้ได้เลยล่ะค่ะ ลองทำดูนะคะ ไม่ผิดหวังสำหรับสูตรนี้ค่ะ ^^

ขอบคุณคุณ อ้วนดำปึดปื๋อ อีกครั้ง สำหรับสูตรบราวนี่อร่อยๆที่นำมาเผยแพร่ค่ะ

และขอบคุณ ปู mr.chocopie ที่ทำให้บราวนี่เราหน้ากรอบจ่ะ ^^

หวังว่าบราวนี่สูตรนี้จะถูกใจเพื่อนๆที่แวะเข้ามาเยี่ยมบล็อกนะคะ ^^

แม่วรรณ แมวอ้วน A Little Catz

ปล. เพิ่มเติมค่ะ พึ่ง search หาบ้านใหม่แม่บัดดี้เจอ ตามลิงค์นี้ไปเลยนะคะสำหรับสูตรต้นฉบับค่ะ ^^
http://www.metrosafety.co.th/food/cookie_dessert.php?subaction=showfull&id=1186234245&archive=&start_from=&ucat=35&

D5912689-0D5912689-1D5912689-3D5912689-4

D5912689-6

3563233084_d8c19e7270

Posted by: A Little Catz | กันยายน 22, 2009

Cheesecake

…สวัสดีค่ะ นานๆที ถึงจะโผล่มาอัพบล็อกทีนึง ^^”

เคยเขียนไว้หลายครั้ง เรื่องจะอัพบล็อกสูตรชีสเค้ก เดิมนั้นวรรรมีสูตรชีสเค้กที่ใช้ประจำ ที่จะมีส่วนผสมของแป้งประมาณ 2 ชต.
แต่หลังจากที่ได้ลองทานชีสเค้กที่น้องดรีม Cookery Girl ทำมาให้ชิมก็รู้สึกว่าอร่อยดี ซึ่งสูตรที่ว่านี้น้องดรีมก็นำมาจากหนังสือ 10 best cheesecakes ของคุณปริสนา บุญสินสุขนะคะ ตามลิงค์นี้ค่ะ http://www.breakingbread.co.th/10best.htm

ขอบคุณเจ้าของสูตรนะคะ สำหรับสูตรอร่อย เป็นสูตรที่ทำได้ง่ายๆ ปรับสูตรนิดหน่อยค่ะ นอกจากเจ้าของสูตรคือคุณปริสนาแล้ว ก็ขอบคุณคุณปู mr.chocopie ด้วยอีกคนนะคะ ที่ช่วยยืนยันความอร่อยของสูตรนี้อีกคน

ที่ชอบสูตรนี้ เนื่องจาก ส่วนผสมไม่ยุ่งยาก มีแค่ ชีส ไข่ น้ำตาล น้ำมะนาวแค่นั้นเองค่ะ วิธีทำก็สุดแสนจะง่าย
หลายๆคน ขยาดที่จะทำชีสเค้ก เพราะรู้สึกเป็นเค้กที่ทำยาก ต้องใช้เวลาในการทำค่อนข้างนาน

แต่จริงๆแล้ว ชีสเค้กเป็นเค้กที่ทำง่ายที่สุดเลยล่ะค่ะ ^^ ไม่เชื่อมาดูสูตรและวิธีทำกันเลย

ส่วนผสมตัวครัสต์
แครกเกอร์ 150 กรัม จะใช้ยี่ห้ออะไรก็ตามสะดวกนะคะ วรรณใช้โรซี่ธรรมดานี่แหละค่ะ 100 กรัมผสมกับคุกกี้เนย 50 กรัมเพื่อความหอมเพิ่มขึ้นค่ะ

เนย  60-80 กรัม (ควรจะเป็นเนยจืดนะคะ)อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราบดแครกเกอร์ละเอียดมากน้อยแค่ไหนนะคะ ถ้าป่นแครกเกอร์ละเอียดมาก ก็ใช้เนยประมาณ 60 กรัม แต่ถ้าบดหยาบหน่อยก็เพิ่มเนยค่ะ สังเกตุได้จาก เวลาเราเทเนยลงไปค่อยๆเท แล้วสังเกตุดูก่อนนะคะ จะเป็นเหมือนทรายเปียกๆ แต่อย่าให้แฉะมาก ไม่งั้นจะกรุยาก และครัสต์จะแข็งค่ะ

วิธีทำก็ง่ายๆ ป่นแครกเกอร์และคุกกี้ให้ละเอียดด้วยวิธีที่คุณถนัดนะคะ แล้วทยอยใส่เนยละลายลงไปค่ะ เสร็จแล้วกรุลงบนพิมพ์ถอดก้น  วรรณใช้พิมพ์ 3 ปอนด์ นะคะ เนื้อชีสเค้กจะไม่สูงมาก เราจะใช้วิธีปาดวีปครีมช่วยค่ะแล้วจึงนำครัสต์ทีทำไว้ไปแช่เย็นไว้รอเลยค่ะ

ส่วนผสมชีสเค้ก
ครีมชีส 500 กรัม
น้ำตาล 120 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำมะนาว 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. วอร์มเตาอบไฟ บน-ล่าง 160 องศาเซลเซียส แล้ววางพิมพ์เค้กหรือหาภาชนะใส่น้ำรองไว้ใต้เตาอบ โดยวรรณจะใช้พิมพ์เค้ก 3 ปอนด์ ใส่น้ำลงไป 1/4 ของพิมพ์วางไว้ล่างสุดของเตาอบค่ะ วอร์มเตาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีนะคะ
2. นำครีมชีสมาวางไว้ให้คลายเย็น หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เทน้ำตาลลงไปแล้วตีด้วยหัวตีใบไม้ ถ้าใครเครื่องเล็กก็ใช้หัวตีตระกร้อค่ะ ตีด้วยสปีดต่ำก่อนเพื่อให้ครีมชีสคลายตัวหลังจากนั้นจึงปรับเป็นสปีดสูงคือสปีด 6 ของ KA นะคะ ตีต่อจนกว่าครีมชีสจะเนียนไม่เป็นเม็ด แล้วจึงลดสปีดเหลือ 4 (ถ้าเป็นเครื่องตียี่ห้ออื่น ก็คือ ระดับกลาง ค่อนไปทางต่ำน่ะค่ะ) ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง โดยให้ไข่ฟองแรกผสมกับครีมชีสดีแล้วจึงใส่ฟองที่สองลงไปนะคะ ใส่วนิลา 1 ช้อนชา แล้วจึงใส่น้ำมะนาว ตีให้เข้ากัน จนกว่าจะเนียน ไม่เป็นเม็ด ตีต่ำด้วยสปีด 2 เพื่อตัดฟองอากาศอีกสักแป๊ปนึงก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ
5. นำชีสเค้กที่ทำเสร็จแล้วเทลงบนครัสต์ นำเข้าอบประมาณ 60 นาที วิธีสังเกตุการสุกของชีสเค้กคือ สังเกตุขอบชีสเค้กจะเริ่มพองตัวขึ้น และสีจะเริ่มเหลืองขึ้น ถ้าใช้นิ้วแตะตรงกลางแล้วไม่ติดมือ นั่นแสดงว่าสุกแล้ว ปิดไฟ เอาถาดที่รองน้ำออกจากเตา แล้วพักชีสเค้กไว้ในเตาอบ โดยแง้มเตาอบไว้นิดนึง ทิ้งไว้จนกว่าจะเย็น หรืออุ่นพอที่เราจะนำเข้าแช่ในตู้เย็นได้ ประมาณ 3 ชั่วโมงน่ะค่ะ แล้วนำออกมาแช่ในตู้เย็นอีกอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้ชีสเค้กเซ็ทตัวค่ะ
6. เมื่อแช่เย็นจนชีสเค้กเซ็ทตัวแล้ว ใครจะตัดทานเลย โดยไม่ปาดวีปครีมก็ได้นะคะ แต่ความสูงของชีสเค้กจะไม่มาก จะเตี้ยนิดหน่อย แลดูไม่สวย ก็ให้ตีวีปปิ้งครีม 350 กรัม กับน้ำตาลไอซิ่ง 35 กรัมให้ขึ้นฟูแล้วนำมาปาดค่ะ
7. เสร็จเรียบร้อยแล้วจะราดด้วยซอส หรือฟีลลิ่งอะไรก็ตามชอบเลยค่ะ จะเป็นบลูเบอรรี่ เชอรรี่ ก็ได้ค่ะ

เห็นมั๊ยคะ ว่าชีสเค้ก ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย เพียงแค่เราตี แล้วอบ ทิ้งไว้ในเตาให้เย็น นำเข้าแช่เย็นให้เซ็ทตัว ก็เสร็จละ อาจจะใช้เวลาทำนานหน่อย แต่ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่า เค้กจะเป็นไตมั๊ยน๊า จะฟูมั๊ยน๊า เหมือนเค้กอื่นๆทั่วไปนะคะ ลองทำดูค่ะ ไม่ได้ยากเลยจริงๆ ^^

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องอบแล้วชีสเค้กหน้าแตก ก็ลองลดอุณหภูมิลงนะคะ แล้วน้ำที่ใส่ถาดรองอบชีสเค้กนั้นอย่าให้แห้งก่อนสุกนะคะ ถ้าน้ำดูท่าจะหมดก่อน ก็เปิดเตา แล้วเติมน้ำได้ค่ะ (ไม่ต้องกังวลที่ว่าห้ามเปิดเตา วรรณก็แอบเปิดบ่อยๆเวลาอบ อบออกมาก็โอเคนะคะ) หรือเตาของบางคน อาจจะเหมาะกับการอบไฟล่างอย่างเดียวมากกว่า ถ้าอบบน-ล่าง สีของหน้าชีสเค้กอาจจะเข้มเกินไป แก้โดยการอบไฟล่างอย่างเดียวก่อน แล้ว 15 นาทีสุดท้ายค่อยปรับเป็นไฟบน-ล่าง เพื่อให้หน้ามีสีสวยขึ้นนะคะ

ลองทำดูค่ะ ชีสเค้กไม่ยากอย่างที่คิด ^^

ต้องขอโทษที่ไม่มีรูปขั้นตอนการทำมาให้ชมนะคะ เนื่องจาก วรรณค่อนข้างยุ่ง และรีบเสมอในการทำขนม ไม่มีเวลามานั่งถ่ายรูปเลยค่ะ แต่คิดว่าเพื่อนๆพอจะมีพื้นฐานกันอยู่แล้ว น่าจะพอเข้าใจนะคะ ใครไม่เข้าใจตรงไหน โทรมาถามได้ค่ะ ^^

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเจ้าของสูตร คุณปริสนา แห่งร่วมโต๊ะ ขอบคุณคุณปู น้องดรีมด้วยนะคะ

และขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจที่เขียนไว้ที่บล็อกนี้นะคะ อาจไม่มีเวลามานั่งตอบ แต่เวลาเข้ามาอ่านแล้วรู้สึกชื่นใจทุกครั้งถ้าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่รักที่จะทำขนมค่ะ ^^

แมวอ้วน A Little Catz

 IMG_8399

 

IMG_1385

IMG_1375

Posted by: A Little Catz | กรกฎาคม 20, 2009

Bakery Packaging

…สวัสดีค่ะ วันนี้ขอเอาบล็อกเก่ามาเล่าใหม่อีกครั้ง เพื่อจะบอกว่า ตอนนี้วรรณมีถ้วย Portion Cup (ขนาด 3 1/4 ออนซ์) แบ่งขายนะคะ ถ้าเพื่อนๆสนใจ สามารถโทรสอบถามได้ค่ะ 0869865633 ค่ะ

สำหรับหัวบีบ 1M และ 2D ถ้าเพื่อนๆอยากได้ สามารถซื้อได้ที่ร้านพี่นุช ชวนชม ที่ซอยเสนานะคะ ที่ร้านขายชิ้นละ 130 บาทนะคะ สำหรับหัวบีบ 2 เบอร์นี้ค่ะ เหมาะสำหรับบีบคัพเค้กและบีบแต่งขอบเค้กค่ะ ^^

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมที่นี่นะคะ

แมวอ้วน A Little Catz

 

**************************************************

 

…สวัสดีค่ะ ช่วงนี้บล็อกนิ่งสนิทอีกแล้ว ^^” เหตุผลเดิมๆ คือ เจ้าของบล็อกยุ่งมากกกก ถึงมากที่สุด แทบไม่มีเวลาว่างเลยค่ะ

อาทิตย์กว่าๆที่ผ่านมา ทำขนมทุกวัน จนเริ่มรู้สึกเบื่อและเหนื่อยกะมันมากๆ จนบางที คิดว่าจะเลิกทำอ่ะค่ะ ^^” ทำขนมนี่มันเหนื่อยจริงๆนะคะ แล้วยิ่งคนทำงานออฟฟิศอย่างวรรณด้วย ไหนจะงานออฟฟิศ ไหนจะทำขนมและไปส่ง เลยทำให้ค่อนข้างเหนื่อย เวลาจะพัก จะนอนยังไม่ค่อยจะมีเลยค่ะ วันไหนได้นอน 4-5 ชั่วโมงนี่ก็ถือว่าเยอะมากๆแล้ว

เง้อๆ บ่นไปงั้นแหละค่ะ เอิ๊กๆ จริงๆแล้วยุ่งๆไว้ก็ดีนะคะ มีเวลาว่างมากๆก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พาลจะฟุ้งซ่านเปล่าๆ มีอะไรให้ทำ ดีแล้วเนอะ ^^

ชีวิต ไม่ค่อยปกติเหมือนชาวบ้านเค้าหรอกค่ะ ตื่นแต่เช้าตรู่ หรือบางทีก็ตี 2-3 เพื่อมาทำขนม เสร็จก็ 8-9 โมง อาบน้ำ เก็บบ้าน จัดการแมวๆ กว่าจะออกจากบ้านก็ 11 โมง แวะส่งเค้ก (วันที่มีออเดอร์) กว่าจะถึงออฟฟิศก็ปาเข้าไปบ่ายโมงบ่ายสอง (หรือบางวันบ่ายสามก็เคยค่ะ เอิ๊กๆ) โชคดีที่ออฟฟิศไม่ฟิกซ์เวลาเข้างาน ไม่งั้นคงโดนเชิญออกไปนานละ ^^”

ทำงานกว่าจะกลับถึงบ้านก็ ห้าทุ่มเที่ยงคืน กลับมาก็จัดการแมวๆ อาบน้ำนอน แล้วก็ตื่น ตี 3 มาทำหนม … หรือไม่บางวันกลับมาก็ทำหนม เสร็จตี 4-5 ก็จะนอน ตื่นสายๆ … ดูๆแล้วเป็นชีวิตที่วุ่นวายดีนะคะ ไม่มีเวลาไปเดินห้าง ช้อปปิ่งกะคนอื่นเค้าหรอกค่ะ…ยกเว้นเดินฟู๊ดแลนด์ ซื้ออุปกรณ์ทำขนม ^^

…บ่นอีกละ ขี้บ่นจริงๆเลยวุ้ย ^^” แมวๆที่บ้านเบื่อแม่วรรณจะแย่ละ ไม่มีใคร ไม่มีไรทำ แม่ก็บ่นๆๆๆแมว ถ้าแมวพูดได้ คงบอก แม่วรรณนี่ขี้บ่นจริงๆเลย … ชอบว่าลูกๆไร้ประโยชน์ ดีแต่หนีออกจากบ้านให้แม่กลุ้มใจเล่น กะรื้อตู้เสื้อผ้าแม่เข้าไปนอนเล่น สร้างภาระให้แม่ ฯลฯ  ใช้ทำไรก็ไม่ได้ แม่ซักผ้าไว้ไม่มีเวลาตากก็ไม่ช่วยแม่เลย ตากผ้าให้ก็ไม่ได้ 555+ สรุป…แม่วรรณขี้บ่นมากกกกก ^^”

วกกลับมาประเด็นหลักของวันนี้ดีกว่าค่ะ  วันนี้เอา packaging สวยๆมาฝากกันค่ะ ส่วนมากวรรณก็ซื้อที่จักรวาลนั่นแหละค่ะ วันก่อนก็ไปมา เค้าปรับปรุงร้านใหม่ ดูกว้างขวางขึ้นนะคะ กล่องก็ยังมีแบบเดิมๆ กะแบบใหม่ไม่กี่ชิ้น …คุณวรรณ (ไม่รู้สะกดงัยโมเมว่าสะกดเหมือนชื่อเราละกัน ^^) พนักงานขายเค้าก็ยังน่ารักเหมือนเดิม ^^ คนชื่อวรรณมักจะน่ารักนิสัยดีทุกคนค่ะ…ฮิ้ววว ^^”

packaging อันแรกนี่เป็นถ้วยคัพเค้ก ไม่ได้ซื้อที่จักรวาลนะคะ วรรณสั่งซื้อมาจากเมกาค่ะ สั่งมาล็อตนึงก็ 5000 ใบอ่ะค่ะ ฝากน้องที่สนิทกันหิ้วมาให้ เกรงใจมากกกก เพราะมันเยอะมากๆ ยังงัยก็ขอบคุณอีกทีนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่แมวอ้วนว่างก่อน จะพาไปเลี้ยงอาหารญี่ปุ่น ^^

สั่งมา 2 ไซส์ค่ะ ไซส์ใหญ่นั่น 3 1/4 ออนซ์ ส่วนอันเล็ก1/2 ออนซ์ค่ะ เล็กมากกกก เนื่องจาก…สั่งผิดค่ะ ^^” ไม่รู้ขนาดไซส์ถ้วยงัยคะ เหอเหอ เลยกลายเป็นต้องสั่ง 2 รอบ เลยได้มา 2ขนาด ขนาดละ 5000 ใบค่ะ

 มาในแพคเกจแบบนี้ กล่องละ 250 ใบค่ะ อันนี้ใครสนใจอยากได้ โทรมาถามได้นะคะ แมวอ้วนมีเยอะ ว่าจะแบ่งขายเหมือนกัน เผื่อมีใครอยากได้อ่ะค่ะ วันก่อนที่ไปจักรวาล บอกคุณวรรณไปว่า จะเอาถ้วยแบบนี้ไปให้ดู เผื่อทางร้านจะสั่งมาขาย จะได้ไม่ต้องลำบาก ต้องสั่งซื้อไกลจากเมกาค่ะ

ดูขนาดเปรียบเทียบค่ะ เล็กมากกกก เล็กเท่านิ้วโป้ง เล็กจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรค่ะ

อันนี้ขออวดค่ะ หัวบีบเบอร์ 2d กะ 1 m ของ Wilton อันนี้ก็ฝากเค้าซื้อมาจากเมกาเช่นกันค่ะ 2d บีบเป็นดอกไม้ก็สวยดีนะคะ เป็นแบบที่ตามหา เคยเห็นคนใช้ถ้วย portion cup แล้วบีบครีมสวยมากๆ พยายามตามหาว่าหัวบีบเบอร์อะไร ไปเห็นในบล็อกคุณคุกกี้นิ่มเลยรู้ว่า…อ่ออออ เบอร์ 2d นี่เอง ^^

มาดูกล่องสวยๆ จากร้านจักรวาลกันก่อนค่ะ…อันนี้วรรณพึ่งซื้อมาเมื่อไม่กี่วันนี่เองค่ะ สวยดีนะคะ ราคาแอบแพงนิดนึง 10 ใบ 200 บาทค่ะ แต่กล่องเค้าก็สมราคาอ่ะนะคะ สวยดีค่ะ

เนื่องจากมีออเดอร์คัพเค้ก แล้วเค้าอยากได้แพคเกจสวยๆอ่ะค่ะ … แต่รู้สึก เมื่อวานที่ทำคัพเค้กจะพลาดไปหน่อย เอิ๊กๆ เจ็บใจตัวเองจริงๆ เวลาทำเล่นๆ ไม่เคยจะเสีย พอทำจริงๆจังๆ มีคนสั่งนี่…ชอบทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานอยู่เรื่อย เง้อๆ…เพื่อนๆเป็นมั่งมั๊ยคะ วรรณทำขนมแทบทุกวัน ยังมีพลาดเลยค่ะ ถ้าใครพึ่งเริ่มทำแล้วทำพลาด ไม่ต้องท้อใจนะคะ ผิดเป็นครูค่ะ ^^”

… วรรณว่าวรรณพับฐานรองมันผิดนะคะเนี่ย มันแปลกๆงัยไม่รู้ ^^”

อันนีเเป็นถุงไว้ใส่ขนมค่ะ สวยดี

อันนี้เก๋ดี ไม่รู้ไว้ใส่อะไร

กล่องใส่เค้ก ขนาดใหญ่ค่ะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 3-4 ปอนด์นะคะ

ถ้วยอบคัพเค้ก มัฟฟิน

ส่วนอันนี้ไว้รองถุงแก้วใส่คุกกี้ ทาร์ต พายค่ะ

ลายเค้าน่ารัก หวานๆดีค่ะ ชอบๆๆ

ส่วนอันนี้ไว้ใส่คุกกี้หลอกเด็กค่ะ ^^

กล่องแบบนี้สำหรับใส่โรลเค้ก คัพเค้ก เค้กชิ้นได้ค่ะ

เซ็ทนี้หวานแหววมากๆ ใส่เค้กชิ้น คุกกี้ โรล ได้เช่นกันค่ะ

กล่องใส่คุกกี้หลอกเด็ก อีกแล้ว ^^

มีให้เลือกหลายแบบเลยค่ะ

กล่องใส่เค้กชิ้น ถ้าจำไม่ผิด น่าจะใส่ได้ 4 ชิ้นนะคะ

ลายนี้น่ารักดีค่ะ ชอบๆ

 กล่องใส่เค้กที่หรูหรา ไฮโซมากๆ มีตั้งแต่ขนาด 2-5 ปอนด์เลยค่ะ

จริงๆแล้ว มีอีกเยอะนะคะ…กล่องสีชมพูลายสวยๆ แต่วรรณจำไม่ได้ว่าวรรณเซฟรูปไว้ไหน ^^” เนื่องจากรูปเซ็ทนี้นานมากกกกก ตั้งแต่ปีที่แล้วอ่ะค่ะ แหะๆ ไม่ได้อัพสักที

เอารูปเก่าๆที่เคยลงไว้มาให้ดูกันอีกรอบค่ะ สำหรับกล่องสวยๆ

นอกจากกล่องสวยๆแล้ว ถ้วยคัพเค้ก มัฟฟินที่ร้านนี้ก็มีให้เลือกเยอะนะคะ … ตอนนี้แมวอ้วนกะลังอยากได้ถ้วยคัพเค้กสีพาสเทลอ่ะค่ะ แต่ยังตามหาในเมืองไทยไม่เจอ

กล่องใส่คุกกี้ค่ะ

กล่องแบบต่างๆ รูปเก่า เมื่อปีก่อนนู้นนน ที่เคยไปร้านนี้ครั้งแรกค่ะ

ตอนที่ไปร้านนี้แรกๆ ตื่นตาตื่นใจมากกก ^^ ไม่คิดว่าเมืองไทยจะมีร้านขายกล่องน่ารักๆแบบนี้อ่ะค่ะ

นแกจากล่องแล้ว ก็มีอุปกรณ์เค้กต่างๆ เช่นพิมพ์ พิมพ์ถอด้นแบบเทฟลอน พิมพืแบบแปลกๆขายนะคะ ชุดหัวบีบชุดนี้อยากได้จัง…แต่ราคาแพงมากกก 6 พันกว่าบาทมังคะ เอิ๊กๆ

ถ้วยสารพัดสีค่ะ…น่าจะเอาสีพาสเทลมาขายด้วยนะคะ แมวอ้วนอยากได้อ่ะ ^^

ถ้วยสำหรับอบมัฟฟินค่ะ

…ร้านเค้าอยุ่แถวๆท่าน้ำนนท์อ่ะค่ะ ถ้ามาจากทางสะพานพระราม 7 จะถึงก่อนท่าน้ำนนท์นะคะ คือ อธิบายทางไปไม่ถูก เพราะไม่คุ้นกะแถวนั้น ใครอยากลองไปดูกล่องสวยๆไว้ใส่เค้กให้คนพิเศษ ในโอกาสพิเศษๆก็ลองแวะไปดูค่ะ ยังงัยก็โทรถามที่รานได้นะคะ แมวอ้วนไม่สามารถบอกพิกัดร้านได้อ่ะค่ะ

…ออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้เป็นหน้าม้าให้ร้านนี้  เพียงเห็นว่าร้านเค้ามีกล่องสวยๆ แปลกๆที่ร้านอื่นไม่มีน่ะค่ะ ก้เลยเอามาฝากกัน หรือใครไม่สะดวกไปที่ร้าน ที่ชวนชมก็มีขายนะคะ แต่ไม่เยอะเท่าที่จักรวาล และราคาค่อนข้างแพงมากๆ เช่น ที่แบ่งเค้ก ตอนนี้จักรวาลปรับราคาเป็น 145 บาทมังคะ ชวนชมขาย 300 บาทอ่ะค่ะ เอิ๊กๆ…แมวอ้วนเห็นราคาแล้วอึ้ง…โอ้วววว ขายแพงกว่าจักรวาลเท่าตัวเลยวุ้ย ^^”

…ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือน และขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะคะ ^^

 

 

Posted by: A Little Catz | กรกฎาคม 14, 2009

From A Little Catz

…เรียน พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาบล็อกวรรณนะคะ

ต้องขออภัยจริงๆที่ไม่ได้ตอบคำถามหรือติดต่อกลับเลย เนื่องจากเจ้าของบล็อกยุ่งมากๆจริงๆค่ะ … เวลาจะนอนยังหาได้ยาก ^^”

บวกกับบ้านนอกนิดนึง ไม่ได้ต่อเน็ทที่บ้าน น๊านนนน นาน ถึงจะได้เข้าออฟฟิศที ไปถึงก็รีบเคลียร์งานหัวฟู ไม่มีเวลาไปเปิดเว็บอื่นเลยล่ะค่ะ…แม้กระทั่งบล็อกตัวเอง ยังต้องให้คนอื่นช่วยดูให้เลยแหะๆ ^^”

ฉะนั้น จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า สำหรับใครที่มีคำถาม รบกวนโทรหาวรรณดีกว่านะคะ วรรณยินดี และเต็มใจที่จะตอบค่ะ แต่ถ้าถามทิ้งไว้ที่นี่ วรรณไม่มีเวลาจะมานั่งพิมพ์ตอบยาวๆจริงๆค่ะ โทรคุยกันดีกว่านะคะ

รวมถึงออเดอร์ต่างๆด้วยนะคะ อยากบอกว่า ขอบคุณมากมายที่ช่วยอุดหนุน ถุกใจหรือไม่ถูกใจยังงัย แนะนำ ติชมได้นะคะ ยินดีรับฟังค่ะ บางครั้งคนทำขนมอาจจจะเบลอๆ ลืมใส่นู่นนี่ ทำให้รสชาติขนมเพี้ยนได้ ถ้าสั่งไปแล้วไม่อร่อย หรือรสเพี้ยนๆ โทรแจ้งด้วยนะคะ ^^”

ขอบคุณอีกครั้งที่ยังแวะเวียนมาเยี่ยมกันที่นี่ ทั้งๆที่เจ้าของบล็อกทำตัวหายสาปสูญ ก็ยังมีเพื่อนๆ ขยันแวะเข้ามาชมกัน ^^

เอาไว้ว่างๆ วรรณจะรีบเอาสูตรขนมทั้งหมด ที่มีในบล็อกเก่าสมัยที่ยังอยู่ที่บล็อกแก๊งค์มารวบรวมไว้ให้ครบนะคะ

ตั้งใจจะทำรีวิวอุปกรณ์เบเกอรรี่แบบจริงๆจังๆใหม่อีกสักครั้ง อยากเขียนอธิบายเรื่องสปันจ์เค้กแบบละเอียดๆ … แต่ติดตรงที่ตอนนี้เวลายังไม่อำนวย เลยขอติดไว้ก่อนนะคะ ^^”

ขอบคุณอีกครั้งที่แวะมาเยี่ยมค่ะ ^^

            แม่วรรณ แมวอ้วน A Little Catz

เบอร์โทร 0869865633 สามารถโทรได้ทุกวันตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 5 ทุ่มนะคะ ^^

บล็อกหน้า จะอัพเรื่องชีสเค้กนะคะ สูตรชีสเค้กแบบง่ายๆ ใครๆก็ทำได้ค่ะ ^^

Posted by: A Little Catz | มีนาคม 16, 2009

เรื่องเล่าบ้าน Little Catz

วันนี้เสนอตอน…แมวมุง…

ลูกๆบ้านนี้ เป็นแมวชอบกินหญ้า ^^”

dsc016201

เพราะแม่วรรณเลี้ยงลูกไม่ดี ปล่อยให้ลูกอดๆอยากๆรึเปล่าเนี่ย ^^”

…เอ่อ แม่วรรณขอโทษนะลูก ปล่อยลูกไว้หลังบ้านตั้งแต่เมื่อเช้า จนถึงตอนนี้ ตี 1 กว่าๆ แม่ยังไม่ได้เข้าบ้าน แถมไม่ได้เทอาหารเพิ่มให้ก่อนออกมาจากบ้านอีก…อ๊ากกกกก ป่านนี้ลูกหิว ร้องไห้ ขี้มูกโป่งแล้วมั้งเนีย…แม่วรรณขอโทษ…ม๊าววว

dsc01623

dsc01624

ตูม๊าว says : แม่วรรณไม่รักลูก ปล่อยให้ลูกอยู่บ้านตามประสาแมวๆ ไม่สนใจ ชอบกลับดึกๆดื่นๆ กลับมาถึงก็นอน ตื่นมาก็ทำขนม แล้วก็ออกไปทำงาน ไม่เคยมีเวลาให้ลูกเลย … เชอะ งอนๆ

แม่วรรณ says : แต่ที่แม่ทำ เพราะลูกทั้งนั้นนะ ไหนจะค่าฟริสกี้ ค่าปลาทู ทาโร่ ค่าทรายแมวของลูก…แล้วไหนจะต้องเผื่อเวลาลูกต้องไปหาหมอบุ๊คส์อีก(ลูกหาหมอบุ๊คส์ที แม่หน้ามืดเลยนะข้าวตู ^^”)…ที่แม่เหนื่อยทุกวันนี้ เพื่อข้าวตู และน้องๆนะลูก (อีโมรูปน้ำตาปริ่มๆ … 555+)

ตูม๊าว says : ไม่ต้องหาเหตุผลมาอ้างหรอก แม่วรรณชอบลืมลูกไว้หลังบ้าน แค่คำขอโทษไม่พอหรอก …อย่ามาตบหัวแล้วลูบหลังนะ ตูม๊าวรู้ทัน แม่ต้องเหมาปลาทูมาทั้งแผง มาแทนคำขอโทษ…หม่าวววว

แม่วรรณ says : (อีโม เหงื่อตก ^^”) ปลาทูทั้งแผงเลยหรอลูก แม่วรรณกินข้าวจานละ 30 เองนะ ค่าปลาทู ค่าปลาหมึก ค่าทาโร่ของลูกอ่ะ เยอะกว่าค่าข้าวของแม่วรรณอีกนะลูก ^^”

ตูม๊าว says : เวอร์จริงๆแม่ตู(ม๊าว) ^^” ข้าวตูล่ะเบื่อแม่จริงๆ ม๊าวววว กลับบ้านอย่าลืมซื้อทาโร่มาฝากตูม๊าวละกัน ไม่พูดกะแม่แล้ว…งอนนน

แม่วรรณ says : ^^”

…จบข่าว…ม๊าวววว ^^”

เขียนบท : พี่โชกุน
นักแสดงนำ : ตูม๊าว + แม่วรรณ
นักแสดงประกอบ : น้องดัมมี่ มอมแมม ไข่ตุ๋น
กำกับการแสดง
: พี่น้ำตาลหวานเจี๊ยบสุดหัวใจของแม่วรรณ

Posted by: A Little Catz | มีนาคม 16, 2009

Wedding Cake : Reggae Style

…สวัสดีค่ะ ^^ เอาเค้กงานแต่ล่าสุดของวันอาทิตย์ ที่ 15 มาให้ชมกัน เนื่องจาก เย็นๆวันศุกร์มีชายหนุ่ม โทรมาถามว่า ถ้าจะสั่งเค้กวันอาทิตย์ 6 โมงเย็นทันมั๊ยครับ แมวอ้วนก็ถามว่า เอาเค้กอะไรคะชายนิรนาม(ขออภัยจริงๆค่ะ แมวอ้วนจำชื่อไม่ได้ เอิ๊กๆ) บอกว่า…เค้กแต่งงานครับ

แมวอ้วนเลยถาม…พูดจริง หรือพูดเล่นคะเนี่ย ถ้าพูดจริง กล้าสั่ง ก็กล้าทำค่ะ 555+

โดยมี Theme ของเค้กคือ ออกแนว เรกเก้ แมวอ้วนด้วยความเป็นสาวหวาน (แหวะ :P ) ไม่ค่อยจะถนัดแนวนี้ซะด้วย คุณหนุ่มนิรนามบอก แนวเรกเก้ เน้น เขียว เหลือง แดง นะครับคุณวรรณ ไม่เน้นรสชาติ เพราะมีแต่ขี้เหล้า หุหุ

นั่นแหละค่ะ โจทย์ คิดแล้วคิดอีก…เรกเก้ เสิร์ชหารูปเค้กแนวนี้ในกูเกิลก็ไม่ยักกะมี ตายละ…ชั้นจะทำยังงัยล่ะเนี่ย ปกติเคยทำแต่เค้กดอกไม้ หวานๆ  คราวนี้ต้องทำเค้กแนวๆ (จะออกมาเป็นแนวไหนก็ไม่รู้ เอิ๊กๆ)

เลยเดือดร้อนคุณปู mr.chocopie ต้องรับภาระ มาช่วยแมวอ้วนทำ หุหุ

แมวอ้วนทำเค้กเนยเป็นฐานนะคะ เพราะกลัวว่าสปันจ์จะรับน้ำหนักเค้กชั้นบนไม่ได้ ใช้สูตรพี่จ้ำจี้ แต่ใส่ อีซี 25เค ช่วยในการตีค่ะ ใช้ถาด 10 นิ้ว  นะคะ ส่วน 2 ชั้นบนใช้สปันจ์สอดใส้ด้วยเลเยอร์ส้มที่ถนัด ^^

เลยได้เป็นเค้ก 3 ชั้น ขนาด 10 ปอนด์ งงๆกะตัวเอง ทำไมไม่ใช้พิมพ์กลมทั้งหมด ทำไมต้องใช้ฐานสี่เหลี่ยมด้วย (ฟะ ^^”)

ใช้บัตเตอร์ครีมสูตรพี่แหม่ม Tiara ไป 2 สูตร ผสมสี เขียว เหลือง แดง แต่ไม่ยักกะแดงนี่สิคะ นี่ใช้สีแดงสดแล้วนะคะ ออกมาเป็นสีชมพูออกม่วงเฉยเลย เอิ๊กๆ

งานนี้…เรียกวว่า กลุ้มใจจริงๆ กว่าจะทำออกมาได้ ต้องขอบคุณคุณปู พี่โต้ง แฟนคุณปู ที่ช่วยออกไอเดีย และคุณปูช่วยปาดครีม ส่วนแมวอ้วน เป็นกำลังใจให้นะคะคุณปู 555+

ขอบคุณน้องอ๊อปด้วยจ่ะที่มาช่วยทำนะจ๊ะ งานนี้ก็เลยวุ่นวายกันถ้วนหน้า เพราะเค้กก้อนนี้ก้อนเดียว…แมวอ้วนเสียเวลาไปเกือบทั้งวัน ^^”

วันนี้ไปงานมีทติ้งก้นครัวก็ต้องรีบกลับ เพื่อจะตามหาตุ๊กตาบ่าวสาว ออกแนวเรกเก้ ได้ เจ้า 2 ตัวนี้มา คิดว่าน่าจะตรงกับคอนเซ็ป เขียว เหลือง แดง ที่คุณชายนิรนามสั่งนะคะ เอิ๊กๆ ^^

…เกือบไม่มีรูปมาให้ชมละ เนื่องจากรีบมาก กลับจากงานมีทติ้งแล้วเข้าบ้าน เอาเค้กแล้วออกมาเลย ไปถึงร้านก็วางตุ๊กตาเสร็จ จะกลับละ นึกขึ้นได้ ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลยนี่นา…เลยใช้มือถือถ่ายค่ะ ภาพไม่สวย แต่ให้ดูไอเดียละกันนะคะ ^^

dsc016251

…ใช้ m&m สี เขียว เหลือง แดง แทนลูกปัดค่ะ

dsc01627

dsc01628dsc01629

…ขอบคุณอีกครั้งนะคะ คุณปู พี่โต้ง น้องอ๊อป ถ้ามีออเดอร์แปลกๆแบบนี้ แมวอ้วนจะรบกสนอีกนะคะ หุหุ 

Posted by: A Little Catz | มีนาคม 10, 2009

Nui’s Wedding

…เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มีนา ที่ผ่านมา เป็นงานแต่งของเพื่อนนุ้ย เพื่อนสนิท ที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ป.ตรี จนถึง ป.โท แอบอิจฉานุ้ยนิดๆ เห็นเพื่อนแต่งแล้วอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ ว่าถ้าเพียงแต่… คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ^^”

มีโอกาสได้ทำเค้กให้นุ้ย งานนี้เจ้าสาวรีเควส เค้กส้มอย่างเดียว เลยออกมาหน้าตาแบบเดิมๆนะคะ ที่เห็นทั้งหมดนี่ 170 ถ้วย ใช้สปันจ์ไป 12 สูตร ถ้าคิดเป็นเค้กปอนด์คง 36  ปอนด์ บัตเตอร์ครีม 4 สูตร หน้าส้ม 6 สูตร  วันทำฉุกละหุกนิดนึง เพราะมีออเดอร์ของร้าน 4 ก้อน (12 ปอนด์) เริ่มทำ 5 ทุ่ม เสร็จตอน 11 โมงเช้า ^^” เลยไปงานแต่งเพื่อนแบบหน้าตาเบลอๆ ตาเป็นหมีแพนด้าเลย อ๊ากกกกก

ยินดีกับเพือนนุ้ยและพี่หมีอีกทีนะจ๊ะ ขอให้รักกันหวานชื่นแบบนี้ตลอดไป มีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม มีตัวน้อยไวๆนะจ๊ะ

วันนี้ขอทำภาพแบบเบลอๆนิดนึง เพราะเจ้าของบล็อกหน้าตาโทรมมากๆ 555+

ปล. ขออนุญาตยืมรูปจากกล้องนุ้ย พี่จิ๋ง จุ๋ม และคนอื่นๆที่แมวอ้วนแอบไปเซฟมานะจ๊ะ

รูปแรกนี่คนทำเค้กค่ะ  หน้าตาน่ากลัวมาก อดนอนมา 2 คืน ตายังกะแพนด้า
ดูไม่ได้เลยจริงๆ ส่องกระจกดูหน้าตัวเองตอนเช้ายังตกใจเลย หน้าตาน่ากลัวมากจริงๆ ^^”

00360_3

ช่วยกันจัดกะพี่ป. อุตสาหกรรมในครอบครัวก็งี้แหละเนาะ 555+
คอยดูนะแมวอ้วนจะเอาไปโพสต์ใน  Hi5 พี่ป. ให้สาวๆตาร้อนเล่น อิอิ

n7-2

พี่ป. says:  วรรณๆๆๆ (ชอบทักแบบนี้ให้ตกใจเล่นจริงๆ) ฝึกไว้
…เผื่องานหน้าเป็นงานเราสองคน…ต้องไปช่วยกันจัดแบบนี้อีก  555+

n5

ยืนยันด้วยรูปนี้อีกที…ว่า…เพราะเราคู่กัน… 555+
ปล. พี่จิ๋งไม่ต้องตาร้อนนะ อิอิ

3n

สาวๆ CU ยัยแป้งคนสวยหายไปไหนหว่า…

n1

ปิดท้ายด้วยรูปนี้ เนื่องจากเป็นรูปรวมรุ่นสาวสวย เลยให้ดูได้แค่นี้ค่ะ ^^”

n2

แล้วเจอกันงานหน้านะจ๊ะ (คาดว่าจะเป็นงานของสาวที่รับช่อดอกไม้ได้นะ หุหุ)

…ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ… ^^

แม่วรรณ แมวอ้วน A Little Catz

…วันนี้บังเอิญได้อ่านบทความจากเว็บ เว็บนึง ซึ่งไม่ทราบแหล่งที่มาของบทความที่ชัดเจนนะคะ ขออนุญาตใส่ลิงค์จากเว็บที่อ่านเลยละกันค่ะ http://toomoyclub.igetweb.com/index.php?mo=3&art=185397

ต้องขอบคุณเจ้าของเว็บที่นำบทความดีๆ บทความนี้มาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน อ่านแล้วรู้สึก…โดนใจจัง อ่านแล้วก็นึกถามตัวเองว่า…ถ้าเพียงแต่…ถ้าเพียงแค่เราจะลดทิฐิลงมาสักนิด เรื่องบางเรื่อง มันคงไม่จบลงอย่างนี้

คนเรา มักจะมีทิฐิสูงเสมอกับคนใกล้ตัว…คนที่เค้าแคร์เรา คนที่เค้ารักเรา การกล่าวคำว่า…ขอโทษ…หรือเสียใจ เป็นคำที่ยากที่สุดที่จะพูดออกมาได้ รู้สึก…เสียหน้าเหลือเกิน ถ้าจะต้องเป็นคนพูดคำว่า “ขอโทษนะ” ออกมา

หรือแม้กระทั่ง ทิฐิเกินไป…จนไม่กล้าพูด หรือไม่กล้าถาม บางสิ่งที่เราอยากรู้ ยังคลางแคลงใจ…แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามออกมาเพียงแค่คำว่า…เรื่องอะไร เราจะต้องถาม เค้าต่างหากที่ควรต้องเป็นฝ่ายพูดเอง ทำไมต้องให้เราถามด้วย…นี่ก็ทิฐิสูงเกินไป…อารมณ์ อยากรู้แต่ไม่อยากถามประมาณนั้น ^ ^

ถ้าเพียงแต่เราละทิฐินั้นไป…ชีวิตของเราอาจจะพลิกผัน ไปเป็นอีกแบบนึงก็ได้…เหมือนภาพยนตร์เรื่อง sliding door ที่เสนอเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ ระหว่าง การที่นางเอกขึ้นรถไฟขบวนนั้นทัน และการที่นางเอกขึ้นรถไฟขบวนนั้นไม่ทัน จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น

ถ้าเราสามารถมองเห็นอนาคตได้แบบนั้นก็คงดี จะได้มองเห็นได้ว่า…ถ้า…เราเลือกที่จะลดทิฐิ และกล่าวคำว่าขอโทษ หรือ ฉันเสียใจออกไป หรือการที่เรา กล้าที่เอ่ยปากถามเค้า ในสิ่งที่เราคลางแคลงใจมาตลอด…กับการถือทิฐิ ไม่พูด ไม่ถาม ผลของการกระทำทั้ง 2 อย่างจะออกมาเป็นยังไง

มาถึงวันนี้ ได้รู้ผลของการที่มีทิฐิสูงแล้วว่าเป็นยังไง…หากย้อนเวลากลับได้ คงเลือกที่จะลดทิฐิ อยากจะพูดในสิ่งที่ไม่กล้าพูดมาตลอด ถามในสิ่งที่อยากรู้แต่ไม่กล้าถามมาตลอด ยังจะดีเสียกว่า…การที่ต้องมานั่งเสียใจ ว่าทำไม…ชั้นถึงไม่พูดนะ…ทำไมชั้นถึงไม่ถาม…ทำไมชั้นถึงเอาแต่เงียบมาตลอด…

สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับฉันด์ใด ก็คงไม่มีทางที่จะย้อนเวลากลับไปพูดในสิ่งที่อยากพูด ถามในสิ่งที่อยากถามได้ฉันท์นั้น…

***********************************************

…คุณเคยใช้คำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ความคะนอง
แต่แล้วคำพูดที่พูดออกไป ทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่ายผู้ฟังฟังแล้วเสียความรู้สึกดีๆไป

จะเป็นด้วยความตั้งใจที่จะพูดออกไปหรือไม่ก็ตามแต่
สุดท้ายคนที่รับฟังประโยคเหล่านั้นรู้สึกผิดหวังที่ได้ยินอย่างนั้น

คุณอาจจะรู้สึกดีที่ได้พูดอย่างนั้นออกไป ได้ระบายความรู้สึก
แต่ภายหลัง…คุณกลับมานั่งขบคิดในสิ่งที่คุณทำลงไป
คุณกำลังทำลายความรู้สึกดีๆระหว่างกันลงไป
คุณเริ่มรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป

คำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว มันคืออดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย
มีแต่สติเท่านั้นที่ควบคุมคำพูดที่จะออกจากปากไม่ให้พลั้งเผลอพูดในสิ่งไม่สมควร
เพียงแต่เราขาดสติควบคุม คำพูดที่หลุดออกไปก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งทันที

บางครั้งคุณอยากจะเป็นฝ่ายกล่าวขอโทษในสิ่งที่คุณกล่าว
ซึ่งทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่าย

เพียงแต่คุณไม่กล้า คุณมีทิฐิ คุณเป็นฝ่ายลังเลที่จะกล่าว

อยากให้อีกฝ่ายยกโทษให้คุณ แต่ในใจคุณ ความมีทิฐิ กลัวเสียหน้า
ข่มความกล้าที่จะทำให้คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน
คุณกลับรอเวลาให้ผ่านไปด้วยหวังว่าเวลาที่ผ่านไป…ทุกอย่างก็จะดีเอง

คุณเคยคิดบ้างไหมว่า เวลาที่ผ่านไปยิ่งทำให้ทุกอย่างไม่ดีขึ้นเลย
อีกฝ่ายที่รับฟังคำพูดของคุณ ถึงแม้ว่าคำพูดที่ผ่านไปมันกลายเป็นอดีต
แต่ความรู้สึกมันยังคงค้างอยู่ในใจ

ถ้าทิฐิมันทำลายความรู้สึกที่ดีระหว่างกัน…มีประโยชน์อะไรที่คุณจะถือทิฐิเอาไว้กับตัว
คุณควรจะปล่อยทิฐิตรงนั้นไป

การกล่าวขอโทษ…
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และยากในยามที่ความรู้สึกดีๆระหว่างกันเกิดรอยร้าวขึ้น
ความรู้สึกดีๆจะกลับมาก็เพียงแต่คุณกล้าที่จะเริ่มต้นกล่าวคำขอโทษออกไป

ถามใจตัวคุณเองว่า คุณยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่ไหม
ไม่ต้องกลัวเสียหน้าถ้าคุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน

หลังจากกล่าวออกไป…
คุณจะรู้สึกว่าจิตใจคุณบางเบา
อีกฝ่ายคงรู้สึกดีที่ได้ยินอย่างนั้นและยินดีจะให้อภัยคุณ

ผมเคยมีทิฐิและไม่ยอมที่จะลดละความมีทิฐิ
สุดท้ายผมพบว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรจากการทำแบบนั้น
แล้วกลับมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแทน…

…ถ้าความรักหมายถึง การไม่โกรธ และให้อภัย
คนที่คุณรักเขาคงยินดีและไม่โกรธเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคุณ
และเขาก็ยินดีที่จะให้อภัยคุณตราบเท่าที่เขายังรักคุณอยู่…

 

…อย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินไป…เพราะคำว่าทิฐิที่คุณมีอยู่…จงจำไว้ว่า เวลา คือสิ่งที่คุณไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้…

Posted by: A Little Catz | กุมภาพันธ์ 12, 2009

KitchenAid ราคาประหยัด

…สวัสดีค่ะ วันนี้มีเครื่องตีใหม่มาอวด ^^  พึ่งได้ KitchenAid มาเมื่อวานเลยค่ะ(ไม่ค่อยเห่อเลยนะเนี่ย หุหุ)

ต้องขอบคุณพี่โบว์คนสวย ที่ขยันนั่งเฝ้าบิดเครื่องให้น้อง ^^

KitchenAid ที่วรรณได้มาตัวนี้ มาจาก e-bay นะคะ ให้พี่โบว์ (vishuda) ช่วยบิดให้

ราคารวมทุกอย่าง พร้อมใช้งานคือ 12700 บาทค่ะ

ราคาเครื่องถ้าจำไม่ผิด 179 เหรียญมังคะ ส่วนค่าส่ง 155 เหรียญ ประมาณนี้ค่ะ ค่าที่แปลงไฟ 700 บาท

ส่งมาถึงไทยโดย USPS มาถึงไปรษณีย์ไทยแล้ว คุณแมวอ้วนเธอก็รีบร้อนจะเอาเครื่องมาใช้ให้ทันวันศุกร์นี้เพื่อทำคัพเค้กงานแต่งงานอ่ะค่ะ เลยต้องโทรไปที่ไปรษณีย์ให้ช่วยเร่งเคลียร์ให้ คุณไปรษณีย์ก็ใจดี เคลียร์ออกมาให้ก่อน วันที่ไปรับ ต้องไปรับเองที่ไปรษณีย์ ตรงหัวลำโพง ก่อนไปรับกลัวมาก หลายคนบอกภาษีแพง บางคนโดน 900 บางคนโดน 1600 เราก็ลุ้น เราจะโดนเท่าไหร่ว๊า

เลยเที่ยวถามพี่ๆที่ทำงานด้านนำเข้า-ส่งออก และพีที่ทำศุลกากร ว่าจะต้องเสียค่าภาษีประมาณเท่าไหร่

พอไปถึงไปรษณีย์ คุณไปรษณีย์บอกให้แกะกล่องเช็คของเพราะดูสภาพกล่องยู่ยี่ เราก็ตรวจเช็คของ ก็โอเค ไม่เสียหายอะไร เสร็จแล้วก็แพคกลับ คุณเจ้าหน้าที่ก็ให้เซ็นต์ชื่อรับของ พร้อมบอกเสร็จแล้วครับ เราก็งง…ในใจก็ถาม เอ ไม่ต้องเสียภาษีหรอคะ  แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา เพราะกลัวเค้านึกได้ว่าลืมเก็บภาษีเรา เลยรีบเดินออกมา 555+

สรุปว่า ไม่ได้เสียภาษีเลยสักบาท ก็เดาว่า คงเพราะสภาพของกล่องที่ดูไม่ค่อยจะดี บวกกับ invoice ปะข้างกล่องมาใส่ราคาแค่ 50 เหรียญและบอกคนส่งมาให้ติ๊กเป็น gift มังคะ เลยไม่ได้เสียภาษีสักบาท หุหุ

ก็เป็นอีก 1 ทางเลือก สำหรับคนที่อยากได้ KitchenAid ที่ราคาไม่แพงมากนะคะ เห็นราคาที่เซ็นทรัลแล้วปวดใจ 25000 – -” ตัดใจซื้อไม่ลงอ่ะค่ะ

แต่เครื่องของวรรณ เป็นเครื่อง Refurbished  นะคะ ข้างกล่องก็จะเขียนกำกับอย่างชัดเจนว่า Refurbished ซึ่งอธิบายว่า This product has been previously sold, used on a trial basis and returned to the manufacturer and contained only standard equipment

แต่วรรณก็ไม่ซีเรียสอะไร เพราะคิดว่า คงไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเครื่องพวกนี้ส่วนมากเป็นตัวโชว์ หรือสาธิต แล้วนำส่งโรงงานมาอัพเครื่องใหม่ ถ้าไม่ดี KitchenAid คงไม่เอาออกมาขายใหม่หรอก(มังคะ ^^”)

บวกกับเคยอ่านที่คุณหล่ำหมั่นเหม่งบอกไว้ว่า ซื้อเครื่อง Refurblished นี่มาเหมือนกัน ใช้งานมานานแล้วก็ยังใช้ได้ดีไม่มีปัญหาเลย แมวอ้วนเป็นเด็กดี ถือคติ เชื่อผู้ใหญ่ค่ะ ^^ เลยโอเค ถึงจะ refurbished ก็ไม่เป็นไร ถ้าโชคร้าย เกิดใช้แล้วเสีย ก็ถือว่าเป็นกรรมละกัน severin ก็ราคาเท่ากัน ยังใช้ได้แค่ 3 เดือนกว่าๆเอง ^^”

ก็เลยมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อมีใครอยากได้ KitchenAid ที่ราคาไม่แพงนะคะ จริงๆแล้ว เครื่องใหม่เลยก็มีเยอะแยะนะคะ ไปเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ ราคาบิด ก็ไม่ได้แตกต่างจากเครื่อง refurbished เลย ใกล้เคียงกัน บางตัวก็แพงกว่าแค่ 10 เหรียญเองอ่ะค่ะ

ยังไงก็ถือว่าคุ้มละ ได้ KitchenAid  มาใช้ จ่าย 12700 ไม่ต้องลำบากฝากใครหิ้วให้ยุ่งยาก เพราะคนขายเค้าจะส่งให้เราเองค่ะ แต่จะต้องทำใจเรื่องค่าส่งแพงหน่อยนะคะ

ส่วนที่แปลงไฟ ซื้อมา 700 บาท แถวคลองถมนั่นแหละค่ะ ตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน ว่ามันจะทำไฟช๊อต ทำให้เครื่องเราเจ๊งรึเปล่า แต่ถามคุณแม่เพื่อนที่ทำร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณแม่บอกว่า ไม่มีปัญหาเลยลูก เชื่อแม่ แม่ก็ขายไอ้เจ้าเครื่องแปลงไฟเนี่ย ไม่เห็นมีปัญหาสักที ซื้อเลยลูก ไม่ต้องไปซื้อแพงๆหรอก แมวอ้วนก็เด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ หุหุ ก็เลยตัดใจ 700 นี่แหละ ถูกดี (จริงๆงกอ่ะค่ะ แหะๆ มันถูกกว่าซื้อที่อมรตั้ง พันนึงนี่นา)

มาดูหน้าตาของเจ้ากล่องเครื่อง refurbished กันค่ะ กล่องก็…นะ กิ๊กก๊อกจริงๆ ถ้าเป็นเครื่องใหม่ ปกติจะเป็นกล่องสีสวย เคลือบเงานะคะ …ก็เรามันเครื่อง refurblished กล่องกระดาษธรรมดาก็หรูแล้ว ^^”

dsc01536

ข้างกล่องก็เขียนไว้ชัดเจนว่า refurbished แบบนี้เลยค่ะ อาจเป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีมังคะ

dsc01539

แกะออกมา สภาพปกติ ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าเป็นเครื่อง refurbished

dsc01548

เจ้าเครื่อง Refurbished นี่ส่วนมากจะเป็นรุ่นนี้ และสีขาวนะคะ อย่างรุ่นนี้ของวรรณก็รุ่น Artisan (รุ่นไหนจำไม่ได้) โถ 5Q  กำลัง 325W

dsc01552

dsc01554

ถ้าวรรณใช้งานแล้วเวิร์ค ไม่เวิร์คยังไง จะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีนะคะ  ^^ ถ้าผ่านไปปีนึงแล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าโอเค ผ่านค่ะ ยอมเป็นแมวทดลองเครื่อง refurbished ให้เลยนะเนี่ย เอิ๊กๆ

dsc01551

dsc01553

ส่วนอีกเรื่องคือ เรื่อง Portions Cup ที่หลายๆคนโทรมาถามว่ายังมีเหลือมั๊ย คือตอนนี้ที่อยู่กะวรรณหมดเกลี้ยงแล้วค่ะ เลยอยากจะถามว่า มีใครต้องการอีกมั๊ยคะ ถ้ามีคนอยากได้หลายคน และรวมจำนวนแล้วเยอะ วรรณจะได้สั่งมาจากเมกา

แต่ต้องบอกก่อนว่ารอบนี้ ไม่มีคนใจดีหิ้วมาให้แล้วนะคะ ต้องเสียค่าส่งเองทุกอย่าง ราคาจึงอาจจะแพงขึ้นมาอีก เพราะต้องบวกทั้งค่าส่ง และภาษีที่จะโดนไม่รู้เท่าไหร่ด้วยอ่ะค่ะ แต่ก็คาดว่า ไม่น่าจะเกินใบละ 3 บาทนะคะ

ถ้าใบละ 3 บาทยังสนใจกันอยู่มั๊ยคะ ถ้าใครสนใจช่วยลงชื่อไว้ พร้อมบอกจำนวนที่ต้องการ และเบอร์อีเมล์ติดต่อกลับด้วยนะคะ ถ้ารวบรวมแล้วมีมากพอ วรรณก็จะสั่งมาอีกค่ะ

d6552458-71

อ้อ  พื้นที่โฆษณา ใครอยากได้ถุงบีบของ Wilton สั่งได้นะคะ มีสาวนักช๊อปเธอจะไปเมกาเดือนหน้าเธอสั่งถุงบีบและหัวบีบไว้เพียบ ใครสนใจสอบถามได้นะคะ รวมทั้งหัวบีบเบอร์ที่หายากในบ้านเราคือ 2D และ 1M ที่เหมาะสำหรับบีบ Cup Cake ค่ะ

วันนี้ไปเห็นราคาถุงบีบ Wilton ที่ตั้งจิบเซ้งแล้วอยากเป็นลมขนาด 16 นิ้ว 580 บาท เอิ๊กๆ

…ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ มาแล้วก้อย่าลืมเม้นต์ด้วยนะคะ ไม่มีคนเม้นต์ เดี๋ยวจขกท. จะปิดบล็อกหนีแล้วนะคะ หุหุ สุขสันต์วันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนะคะ ^^

แม่วรรณ แมวอ้วน A Little Catz

Special Thanks

พี่โบว์ Vishuda ที่จัดการเรื่อง KitchenAid ให้น้องทุกอย่างเลย ขอบคุณมากๆเลยนะคะ จุ๊บบบบบบ ใครอยากทราบรายละเอียดในการบิดต้องไปถามพี่โบว์ที่บล็อกของเธอนะคะ หรือจะฝากเธอซื้อของจากเมกาก็เข้าไปที่บล็อกได้เลยค่ะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=michaelmom&group=2

พี่วุฒิ ที่ให้คำแนะนำเรื่องการส่งสินค้าจากต่างประเทศ

พี่แอน ที่ให้คำแนะนำเรื่องภาษีค่ะ ^^

พี่… ที่ช่วยเช็คสถานะของให้ และให้คำแนะนำในการส่งสินค้าทางอากาศค่ะ ขอบคุณนะ…แมวอ้วน

 

Posted by: A Little Catz | มกราคม 28, 2009

Chocolate Banana

…สวัสดีค่ะ ^^ นานทีปีหน เจ้าของบล็อกถึงจะโผล่หน้ามาอัพบล็อกที เนื่องจากยุ่งมาก ถึงมากที่สุด ทั้งงานออฟฟิศ ทั้งทำขนม แทบไม่มีเวลาว่างเลยจริงๆค่ะ เวลานอนยังแทบจะไม่มี ตอนนี้แปลงร่างจากแมวอ้วนๆ เป็นหมีแพนด้า ตาดำคล้ำไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ^^”

ต้องขอโทษอีกที สำหรับเพื่อนๆที่ทิ้งคำถามไว้นะคะ รบกวนโทรมาถามดีกว่านะคะ ถ้าทิ้งคำถามไว้ที่นี่  วรรณแทบไม่มีเวลาจะมาตอบเลยจริงๆ เพราะตอนนี้เครื่องที่บ้านก็ติดไวรัส ยังไม่ได้ฟอร์แมท เข้าออฟฟิศก็ทำงานแทบไม่ได้แวะเข้าไปอ่านเว็บอื่นๆเลย หัวยุ่งหัวฟู ^^”

เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้คำตอบเร็วๆ โทรมาถามดีกว่านะคะ 0869865633 สามารถโทรมาได้ ในเวลาทำการคือ 9 โมงเช้า ถึง 5 ทุ่มนะคะ แต่ถ้าวันไหนโทรมาแล้วคนรับสายยังงัวเงีย เสียงอู้อี้ก็ต้องขออภัย เนื่องจากนอนไม่ค่อยเป็นเวลา บางวันก็นอนเช้า บางวันก็นอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม ^^”

ไม่ต้องเกรงใจว่าจะรบกวนนะคะ ยินดีตอบค่ะ ^^

ช่วงนี้ไม่มีขนมใหม่ๆมาโพสต์เลย ก็อย่างที่บอกว่ายุ่งมากๆ แค่ทำตามออเดอร์ กะงานออฟฟิศ ก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้วอ่ะค่ะ ใจก็อยากทำนู่น ทำนี่ แต่พอมีเวลา ก็อยากพักบ้าง เลยไม่ได้ทำอะไรใ หม่สักที วันนี้ก็เลยเอาของเก่ามาเล่าใหม่นะคะ เพราะเห็นหลายๆคนถามสูตรขนมชิ้นนี้

Chocolate Banana เค้กตัวนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากพี่ธิชานะคะ พี่ธิชาเป็นคนต้นคิดทำเค้กตัวนี้ วรรณก็ดัดแปลงเอาตามแบบที่ตัวเองชอบ ใช้สปันจ์ช๊อคโกแล็ตสูตรเดิมนั่นแหละค่ะ เป็นสูตรที่ถูกใจสุดๆแล้ว ทำง่าย  อร่อย นุ่ม นิ่ม ไม่เชื่อลองทำได้เลยค่ะ แมวอ้วนเอาหัวข้าวตูม๊าวๆรับประกันเลย ^^

Sponge Chocolate

แป้งเค้ก 85 กรัม
ผงฟู 3/4 ช้อนชา
ฺBaking Soda 1/2 ช้อนชา
เ กลือ 1/4 ช้อนชา
ผงโ กโก้ 25 กรัม
น้ำตาล 100 กรัม
ไ ข่เบอร์ 0 3 ฟอง
เ อสพี 10 กรัม
นมข้นจืด 40 กรัม
น้ำ 40 กรัม
เ นยจืด 80 กรัม

วิธีตีก็เช่นเดียวกับ วิธีตีสปันจ์ปกติของวรรณนะคะ

1. วอร์มเตา 175 องศา ไอฟบน-ล่าง

2. ร่อนแป้ง ผงฟู Baking Soda เกลือ เข้าด้วยกัน

3. ไข่ นม น้ำ น้ำตาล เทรวมกันในอ่างผสม ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อ ตีด้วยความเร็วสูงสุด 5 นาที หรือจนกว่าจะใช้พายตักขึ้นมาแล้วส่วนผสมไม่หยด (จะประมาณไข่ขาวตั้งยอดอ่ะค่ะ ถ้าตี 5 นาทีแล้วยังไม่ได้ ยังเหลวอยู่ ให้ตีต่อจนกว่าจะได้ข้นแบบใช้พายตักแล้วไม่หยดนะคะ เครื่องบางรุ่นอาจต้องใช้เวลาตีถึง 10 นาทีเลยล่ะค่ะ)

4. ใส่แป้ง ตีต่ำ 1 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นตีสูง 6 นาที ระหว่างนี้ปาดอ่างเป็นระยะ

5. พอครบ 6 นาที ตีต่ำ 1 นาที ปาดอ่าง

6. หลังจากนั้น ใส่เนยละลายที่ผสมกับผงโกโก้ลงไปตีต่ำอีก 2 นาที ระหว่างนี้ต้องใช้พายคนไปด้วยนะคะให้เนยเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ป้องกันเค้กเป็นไต ถ้าเป็นเครื่องใหญ่ต้องหยุดเครื่องแล้วปาดอ่างคนนะคะ

7. เมื่อตีครบ 2 นาทีแล้ว ปรับสปีดเป้นสูงตีต่ออีกประมาณ 10 วินาที แล้วปิดเครื่อง ใช้พายคนจากก้นอ่างขึ้นมา คนให้เข้ากัน ให้แน่ใจว่าเนยไม่นอนก้น แล้วเทลงพิมพ์ 3 ปอนด์ ที่รองด้วยกระดาษไข อบประมาณ 25-30 นาทีหรือจนกระทั่งเค้กสุกค่ะ

8. เมื่อเค้กสุกแล้วนำออกมาจากเตา กระแทกพิมพ์แรงๆ 1 ครั้ง เพื่อให้เค้กอยู่ตัว ถ้ากระแทกพิมพ์เบาเกินไป อาจทำให้เค้กหดได้นะคะ แล้วทิ้งไว้ให้เย็นสักประมาณ 10 นาที ใช้สปาร์ตูลาร์แซะเค้กออกแล้วคว่ำพักไว้บนตระแกรงพักไว้ให้เย็นค่ะ

ส่วนผสมวีปครีม

วีปครีม 3 ถ้วยตวง

น้ำตาลไอซิ่ง 4+ 1/2 ช้อนโต๊ะ

กล้วยหอม 3-4 ลูก

ตีวีปปิ้งครีม โดยเทวีปปิ้งครีมลงในโถตีแล้วนำเข้าแช่ช่องฟรีซให้เย็นจัด แล้วนำมาตีใส่น้ำตาลไอซิ่ง ชิมรสตามชอบนะคะ

แล้งจึงนำเค้กมาสไลซ์เป็น 2 เลเยอร์ (จริงๆราจะสไลช์ได้ 3 เลเยอร์นะคะ แต่เราใช้แค่ 2 เลเยอร์พอ เพราะเวลาใส่กล้วยข้าไปเค้กจะสูงมากๆค่ะ เพราะฉะนั้นจะทำให้เหลือเค้กอีก 1 เลเยอร์ ถ้าไม่อยากต้องทิ้งเค้กที่เหลือ เวลาอบก็ไม่ต้องใส่แบทเทอร์เยอะนะคะใส่ัก 1/2 ของพิมพ์ ส่วนแบตเทอร์ที่เหลือ อบใส่พิมพ์ 1 ปอนด์ หรือครึ่งปอนด์ เก็บไว้ทำได้อีกก้อนค่ะ…งงมั๊ยคะเนี่ย เอิ๊กๆ ^^”)

ปาดเค้กเลเยอร์แรกด้วยวีปปิ้งครีมที่ตีไว้ แล้วเอากล้วยวางลงไป (กล้วย 1 ลูก ผ่าครึ่งล้ววางเลยนะคะจะใช้กล้วยประมาณ 3 – 4 ลูกค่ะ) ปาดทับด้วยวีปปิ้งครีมแล้วนำเค้กอีกชั้นมาประกบแล้วปาดด้วยวีปปิ้งครีมให้ทั่ว แล้วจึงนำไปแช่ในตู้เย็น ช่องฟรีซไปเลยก็ได้นะคะ จะได้เซ็ทเร็วๆ สักครึ่งชั่วโมงค่ะ

ระหว่างนี้ก็มาทำกานาชกัน

กานาช

Dark Chocolate  120 กรัม (หรือใครไม่ชอบขมจะใช้ Milk Choc 60 กรัม  ผสมกับ Dark Choc 60 กรัมก็ได้นะคะ)

วีปปิ้งครีม 70 กรัม

เนยจืด 30 กรัม

นำวีปปิ้งครีมไปอุ่นให้ร้อนแล้วหั่นช๊อคโกแล็ตเป็นชิ้นเล็กๆ คนให้ช๊อคฯละลายแล้วใส่เนยลงไปคนให้เข้ากันค่ะ  พักไว้ให้หายร้อนนะคะ ใช้นิ้วจิ้มดู ถ้าไม่ร้อนก็นำไปราดเค้กได้เลย ถ้ายังอุ่นๆ ก็พักไว้ก่อนรอให้เค้าหายร้อนแล้วค่อยนำไปราดบนเค้กค่ะ

วิธีราดก็เอากานาชที่เราทำไว้ เทลงไปตรงกลางของเค้ก ค่อยๆเทให้กานาชค่อยๆไหลไปขอบๆเค้กนะคะ ถ้าเทพรวดเดียว แล้วกานาชเราเหลว จะไหลเยิ้ม เสียดายช๊อคฯค่ะ หลังจากนั้น ก็ใ ช้ช้อนหมุนๆทำลาย แล้วนำเข้าแช่เย็นต่ออีกสัก 1 ชั่วโมงก็พร้อมทานได้แล้วค่ะ ^^

ไม่ยากเลยเนอะ อร่อยดีนะคะ ลองทำทานดูค่ะ ^^

ปล. ฝากถึงเพื่อนๆที่จะติดต่อวรรณช่วงวันที่ 31 มกรา – 4 กุมภา ถ้าโทรมาแล้วไม่รับสาย หรือปิดเครื่อง ไม่ต้องแปลกใจนะคะ วรรณลาบวชค่ะ ^^ ใกล้ถึงวันเกิดตัวเองแล้ว อยากทำอะไรที่เป็นศิริมงคลกับชีวิตตัวเองบ้าง…เผื่อจะทำให้อะไรๆดีขึ้น ไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจกะเรื่องไร้สาระอีก ^^”  

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันเสมอนะคะ ^^

ปล. อีกที ฝากถึงบางคน แมวอ้วนฝากเพลงนี้ให้ฟังค่ะ
 http://www.ijigg.com/songs/V2CGG7CEPB0

Older Posts »

หมวดหมู่