Posted by: A Little Catz | มีนาคม 16, 2009

เรื่องเล่าบ้าน Little Catz

วันนี้เสนอตอน…แมวมุง…

ลูกๆบ้านนี้ เป็นแมวชอบกินหญ้า ^^”

dsc016201

เพราะแม่วรรณเลี้ยงลูกไม่ดี ปล่อยให้ลูกอดๆอยากๆรึเปล่าเนี่ย ^^”

…เอ่อ แม่วรรณขอโทษนะลูก ปล่อยลูกไว้หลังบ้านตั้งแต่เมื่อเช้า จนถึงตอนนี้ ตี 1 กว่าๆ แม่ยังไม่ได้เข้าบ้าน แถมไม่ได้เทอาหารเพิ่มให้ก่อนออกมาจากบ้านอีก…อ๊ากกกกก ป่านนี้ลูกหิว ร้องไห้ ขี้มูกโป่งแล้วมั้งเนีย…แม่วรรณขอโทษ…ม๊าววว

dsc01623

dsc01624

ตูม๊าว says : แม่วรรณไม่รักลูก ปล่อยให้ลูกอยู่บ้านตามประสาแมวๆ ไม่สนใจ ชอบกลับดึกๆดื่นๆ กลับมาถึงก็นอน ตื่นมาก็ทำขนม แล้วก็ออกไปทำงาน ไม่เคยมีเวลาให้ลูกเลย … เชอะ งอนๆ

แม่วรรณ says : แต่ที่แม่ทำ เพราะลูกทั้งนั้นนะ ไหนจะค่าฟริสกี้ ค่าปลาทู ทาโร่ ค่าทรายแมวของลูก…แล้วไหนจะต้องเผื่อเวลาลูกต้องไปหาหมอบุ๊คส์อีก(ลูกหาหมอบุ๊คส์ที แม่หน้ามืดเลยนะข้าวตู ^^”)…ที่แม่เหนื่อยทุกวันนี้ เพื่อข้าวตู และน้องๆนะลูก (อีโมรูปน้ำตาปริ่มๆ … 555+)

ตูม๊าว says : ไม่ต้องหาเหตุผลมาอ้างหรอก แม่วรรณชอบลืมลูกไว้หลังบ้าน แค่คำขอโทษไม่พอหรอก …อย่ามาตบหัวแล้วลูบหลังนะ ตูม๊าวรู้ทัน แม่ต้องเหมาปลาทูมาทั้งแผง มาแทนคำขอโทษ…หม่าวววว

แม่วรรณ says : (อีโม เหงื่อตก ^^”) ปลาทูทั้งแผงเลยหรอลูก แม่วรรณกินข้าวจานละ 30 เองนะ ค่าปลาทู ค่าปลาหมึก ค่าทาโร่ของลูกอ่ะ เยอะกว่าค่าข้าวของแม่วรรณอีกนะลูก ^^”

ตูม๊าว says : เวอร์จริงๆแม่ตู(ม๊าว) ^^” ข้าวตูล่ะเบื่อแม่จริงๆ ม๊าวววว กลับบ้านอย่าลืมซื้อทาโร่มาฝากตูม๊าวละกัน ไม่พูดกะแม่แล้ว…งอนนน

แม่วรรณ says : ^^”

…จบข่าว…ม๊าวววว ^^”

เขียนบท : พี่โชกุน
นักแสดงนำ : ตูม๊าว + แม่วรรณ
นักแสดงประกอบ : น้องดัมมี่ มอมแมม ไข่ตุ๋น
กำกับการแสดง
: พี่น้ำตาลหวานเจี๊ยบสุดหัวใจของแม่วรรณ

Posted by: A Little Catz | มีนาคม 16, 2009

Wedding Cake : Reggae Style

…สวัสดีค่ะ ^^ เอาเค้กงานแต่ล่าสุดของวันอาทิตย์ ที่ 15 มาให้ชมกัน เนื่องจาก เย็นๆวันศุกร์มีชายหนุ่ม โทรมาถามว่า ถ้าจะสั่งเค้กวันอาทิตย์ 6 โมงเย็นทันมั๊ยครับ แมวอ้วนก็ถามว่า เอาเค้กอะไรคะชายนิรนาม(ขออภัยจริงๆค่ะ แมวอ้วนจำชื่อไม่ได้ เอิ๊กๆ) บอกว่า…เค้กแต่งงานครับ

แมวอ้วนเลยถาม…พูดจริง หรือพูดเล่นคะเนี่ย ถ้าพูดจริง กล้าสั่ง ก็กล้าทำค่ะ 555+

โดยมี Theme ของเค้กคือ ออกแนว เรกเก้ แมวอ้วนด้วยความเป็นสาวหวาน (แหวะ :P ) ไม่ค่อยจะถนัดแนวนี้ซะด้วย คุณหนุ่มนิรนามบอก แนวเรกเก้ เน้น เขียว เหลือง แดง นะครับคุณวรรณ ไม่เน้นรสชาติ เพราะมีแต่ขี้เหล้า หุหุ

นั่นแหละค่ะ โจทย์ คิดแล้วคิดอีก…เรกเก้ เสิร์ชหารูปเค้กแนวนี้ในกูเกิลก็ไม่ยักกะมี ตายละ…ชั้นจะทำยังงัยล่ะเนี่ย ปกติเคยทำแต่เค้กดอกไม้ หวานๆ  คราวนี้ต้องทำเค้กแนวๆ (จะออกมาเป็นแนวไหนก็ไม่รู้ เอิ๊กๆ)

เลยเดือดร้อนคุณปู mr.chocopie ต้องรับภาระ มาช่วยแมวอ้วนทำ หุหุ

แมวอ้วนทำเค้กเนยเป็นฐานนะคะ เพราะกลัวว่าสปันจ์จะรับน้ำหนักเค้กชั้นบนไม่ได้ ใช้สูตรพี่จ้ำจี้ แต่ใส่ อีซี 25เค ช่วยในการตีค่ะ ใช้ถาด 10 นิ้ว  นะคะ ส่วน 2 ชั้นบนใช้สปันจ์สอดใส้ด้วยเลเยอร์ส้มที่ถนัด ^^

เลยได้เป็นเค้ก 3 ชั้น ขนาด 10 ปอนด์ งงๆกะตัวเอง ทำไมไม่ใช้พิมพ์กลมทั้งหมด ทำไมต้องใช้ฐานสี่เหลี่ยมด้วย (ฟะ ^^”)

ใช้บัตเตอร์ครีมสูตรพี่แหม่ม Tiara ไป 2 สูตร ผสมสี เขียว เหลือง แดง แต่ไม่ยักกะแดงนี่สิคะ นี่ใช้สีแดงสดแล้วนะคะ ออกมาเป็นสีชมพูออกม่วงเฉยเลย เอิ๊กๆ

งานนี้…เรียกวว่า กลุ้มใจจริงๆ กว่าจะทำออกมาได้ ต้องขอบคุณคุณปู พี่โต้ง แฟนคุณปู ที่ช่วยออกไอเดีย และคุณปูช่วยปาดครีม ส่วนแมวอ้วน เป็นกำลังใจให้นะคะคุณปู 555+

ขอบคุณน้องอ๊อปด้วยจ่ะที่มาช่วยทำนะจ๊ะ งานนี้ก็เลยวุ่นวายกันถ้วนหน้า เพราะเค้กก้อนนี้ก้อนเดียว…แมวอ้วนเสียเวลาไปเกือบทั้งวัน ^^”

วันนี้ไปงานมีทติ้งก้นครัวก็ต้องรีบกลับ เพื่อจะตามหาตุ๊กตาบ่าวสาว ออกแนวเรกเก้ ได้ เจ้า 2 ตัวนี้มา คิดว่าน่าจะตรงกับคอนเซ็ป เขียว เหลือง แดง ที่คุณชายนิรนามสั่งนะคะ เอิ๊กๆ ^^

…เกือบไม่มีรูปมาให้ชมละ เนื่องจากรีบมาก กลับจากงานมีทติ้งแล้วเข้าบ้าน เอาเค้กแล้วออกมาเลย ไปถึงร้านก็วางตุ๊กตาเสร็จ จะกลับละ นึกขึ้นได้ ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลยนี่นา…เลยใช้มือถือถ่ายค่ะ ภาพไม่สวย แต่ให้ดูไอเดียละกันนะคะ ^^

dsc016251

…ใช้ m&m สี เขียว เหลือง แดง แทนลูกปัดค่ะ

dsc01627

dsc01628dsc01629

…ขอบคุณอีกครั้งนะคะ คุณปู พี่โต้ง น้องอ๊อป ถ้ามีออเดอร์แปลกๆแบบนี้ แมวอ้วนจะรบกสนอีกนะคะ หุหุ 

Posted by: A Little Catz | มีนาคม 10, 2009

Nui’s Wedding

…เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มีนา ที่ผ่านมา เป็นงานแต่งของเพื่อนนุ้ย เพื่อนสนิท ที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ป.ตรี จนถึง ป.โท แอบอิจฉานุ้ยนิดๆ เห็นเพื่อนแต่งแล้วอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ ว่าถ้าเพียงแต่… คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ^^”

มีโอกาสได้ทำเค้กให้นุ้ย งานนี้เจ้าสาวรีเควส เค้กส้มอย่างเดียว เลยออกมาหน้าตาแบบเดิมๆนะคะ ที่เห็นทั้งหมดนี่ 170 ถ้วย ใช้สปันจ์ไป 12 สูตร ถ้าคิดเป็นเค้กปอนด์คง 36  ปอนด์ บัตเตอร์ครีม 4 สูตร หน้าส้ม 6 สูตร  วันทำฉุกละหุกนิดนึง เพราะมีออเดอร์ของร้าน 4 ก้อน (12 ปอนด์) เริ่มทำ 5 ทุ่ม เสร็จตอน 11 โมงเช้า ^^” เลยไปงานแต่งเพื่อนแบบหน้าตาเบลอๆ ตาเป็นหมีแพนด้าเลย อ๊ากกกกก

ยินดีกับเพือนนุ้ยและพี่หมีอีกทีนะจ๊ะ ขอให้รักกันหวานชื่นแบบนี้ตลอดไป มีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม มีตัวน้อยไวๆนะจ๊ะ

วันนี้ขอทำภาพแบบเบลอๆนิดนึง เพราะเจ้าของบล็อกหน้าตาโทรมมากๆ 555+

ปล. ขออนุญาตยืมรูปจากกล้องนุ้ย พี่จิ๋ง จุ๋ม และคนอื่นๆที่แมวอ้วนแอบไปเซฟมานะจ๊ะ

รูปแรกนี่คนทำเค้กค่ะ  หน้าตาน่ากลัวมาก อดนอนมา 2 คืน ตายังกะแพนด้า
ดูไม่ได้เลยจริงๆ ส่องกระจกดูหน้าตัวเองตอนเช้ายังตกใจเลย หน้าตาน่ากลัวมากจริงๆ ^^”

00360_3

ช่วยกันจัดกะพี่ป. อุตสาหกรรมในครอบครัวก็งี้แหละเนาะ 555+
คอยดูนะแมวอ้วนจะเอาไปโพสต์ใน  Hi5 พี่ป. ให้สาวๆตาร้อนเล่น อิอิ

n7-2

พี่ป. says:  วรรณๆๆๆ (ชอบทักแบบนี้ให้ตกใจเล่นจริงๆ) ฝึกไว้
…เผื่องานหน้าเป็นงานเราสองคน…ต้องไปช่วยกันจัดแบบนี้อีก  555+

n5

ยืนยันด้วยรูปนี้อีกที…ว่า…เพราะเราคู่กัน… 555+
ปล. พี่จิ๋งไม่ต้องตาร้อนนะ อิอิ

3n

สาวๆ CU ยัยแป้งคนสวยหายไปไหนหว่า…

n1

ปิดท้ายด้วยรูปนี้ เนื่องจากเป็นรูปรวมรุ่นสาวสวย เลยให้ดูได้แค่นี้ค่ะ ^^”

n2

แล้วเจอกันงานหน้านะจ๊ะ (คาดว่าจะเป็นงานของสาวที่รับช่อดอกไม้ได้นะ หุหุ)

…ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ… ^^

แม่วรรณ แมวอ้วน A Little Catz

…วันนี้บังเอิญได้อ่านบทความจากเว็บ เว็บนึง ซึ่งไม่ทราบแหล่งที่มาของบทความที่ชัดเจนนะคะ ขออนุญาตใส่ลิงค์จากเว็บที่อ่านเลยละกันค่ะ http://toomoyclub.igetweb.com/index.php?mo=3&art=185397

ต้องขอบคุณเจ้าของเว็บที่นำบทความดีๆ บทความนี้มาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน อ่านแล้วรู้สึก…โดนใจจัง อ่านแล้วก็นึกถามตัวเองว่า…ถ้าเพียงแต่…ถ้าเพียงแค่เราจะลดทิฐิลงมาสักนิด เรื่องบางเรื่อง มันคงไม่จบลงอย่างนี้

คนเรา มักจะมีทิฐิสูงเสมอกับคนใกล้ตัว…คนที่เค้าแคร์เรา คนที่เค้ารักเรา การกล่าวคำว่า…ขอโทษ…หรือเสียใจ เป็นคำที่ยากที่สุดที่จะพูดออกมาได้ รู้สึก…เสียหน้าเหลือเกิน ถ้าจะต้องเป็นคนพูดคำว่า “ขอโทษนะ” ออกมา

หรือแม้กระทั่ง ทิฐิเกินไป…จนไม่กล้าพูด หรือไม่กล้าถาม บางสิ่งที่เราอยากรู้ ยังคลางแคลงใจ…แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามออกมาเพียงแค่คำว่า…เรื่องอะไร เราจะต้องถาม เค้าต่างหากที่ควรต้องเป็นฝ่ายพูดเอง ทำไมต้องให้เราถามด้วย…นี่ก็ทิฐิสูงเกินไป…อารมณ์ อยากรู้แต่ไม่อยากถามประมาณนั้น ^ ^

ถ้าเพียงแต่เราละทิฐินั้นไป…ชีวิตของเราอาจจะพลิกผัน ไปเป็นอีกแบบนึงก็ได้…เหมือนภาพยนตร์เรื่อง sliding door ที่เสนอเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ ระหว่าง การที่นางเอกขึ้นรถไฟขบวนนั้นทัน และการที่นางเอกขึ้นรถไฟขบวนนั้นไม่ทัน จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น

ถ้าเราสามารถมองเห็นอนาคตได้แบบนั้นก็คงดี จะได้มองเห็นได้ว่า…ถ้า…เราเลือกที่จะลดทิฐิ และกล่าวคำว่าขอโทษ หรือ ฉันเสียใจออกไป หรือการที่เรา กล้าที่เอ่ยปากถามเค้า ในสิ่งที่เราคลางแคลงใจมาตลอด…กับการถือทิฐิ ไม่พูด ไม่ถาม ผลของการกระทำทั้ง 2 อย่างจะออกมาเป็นยังไง

มาถึงวันนี้ ได้รู้ผลของการที่มีทิฐิสูงแล้วว่าเป็นยังไง…หากย้อนเวลากลับได้ คงเลือกที่จะลดทิฐิ อยากจะพูดในสิ่งที่ไม่กล้าพูดมาตลอด ถามในสิ่งที่อยากรู้แต่ไม่กล้าถามมาตลอด ยังจะดีเสียกว่า…การที่ต้องมานั่งเสียใจ ว่าทำไม…ชั้นถึงไม่พูดนะ…ทำไมชั้นถึงไม่ถาม…ทำไมชั้นถึงเอาแต่เงียบมาตลอด…

สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับฉันด์ใด ก็คงไม่มีทางที่จะย้อนเวลากลับไปพูดในสิ่งที่อยากพูด ถามในสิ่งที่อยากถามได้ฉันท์นั้น…

***********************************************

…คุณเคยใช้คำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ความคะนอง
แต่แล้วคำพูดที่พูดออกไป ทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่ายผู้ฟังฟังแล้วเสียความรู้สึกดีๆไป

จะเป็นด้วยความตั้งใจที่จะพูดออกไปหรือไม่ก็ตามแต่
สุดท้ายคนที่รับฟังประโยคเหล่านั้นรู้สึกผิดหวังที่ได้ยินอย่างนั้น

คุณอาจจะรู้สึกดีที่ได้พูดอย่างนั้นออกไป ได้ระบายความรู้สึก
แต่ภายหลัง…คุณกลับมานั่งขบคิดในสิ่งที่คุณทำลงไป
คุณกำลังทำลายความรู้สึกดีๆระหว่างกันลงไป
คุณเริ่มรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป

คำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว มันคืออดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย
มีแต่สติเท่านั้นที่ควบคุมคำพูดที่จะออกจากปากไม่ให้พลั้งเผลอพูดในสิ่งไม่สมควร
เพียงแต่เราขาดสติควบคุม คำพูดที่หลุดออกไปก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งทันที

บางครั้งคุณอยากจะเป็นฝ่ายกล่าวขอโทษในสิ่งที่คุณกล่าว
ซึ่งทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่าย

เพียงแต่คุณไม่กล้า คุณมีทิฐิ คุณเป็นฝ่ายลังเลที่จะกล่าว

อยากให้อีกฝ่ายยกโทษให้คุณ แต่ในใจคุณ ความมีทิฐิ กลัวเสียหน้า
ข่มความกล้าที่จะทำให้คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน
คุณกลับรอเวลาให้ผ่านไปด้วยหวังว่าเวลาที่ผ่านไป…ทุกอย่างก็จะดีเอง

คุณเคยคิดบ้างไหมว่า เวลาที่ผ่านไปยิ่งทำให้ทุกอย่างไม่ดีขึ้นเลย
อีกฝ่ายที่รับฟังคำพูดของคุณ ถึงแม้ว่าคำพูดที่ผ่านไปมันกลายเป็นอดีต
แต่ความรู้สึกมันยังคงค้างอยู่ในใจ

ถ้าทิฐิมันทำลายความรู้สึกที่ดีระหว่างกัน…มีประโยชน์อะไรที่คุณจะถือทิฐิเอาไว้กับตัว
คุณควรจะปล่อยทิฐิตรงนั้นไป

การกล่าวขอโทษ…
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และยากในยามที่ความรู้สึกดีๆระหว่างกันเกิดรอยร้าวขึ้น
ความรู้สึกดีๆจะกลับมาก็เพียงแต่คุณกล้าที่จะเริ่มต้นกล่าวคำขอโทษออกไป

ถามใจตัวคุณเองว่า คุณยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่ไหม
ไม่ต้องกลัวเสียหน้าถ้าคุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน

หลังจากกล่าวออกไป…
คุณจะรู้สึกว่าจิตใจคุณบางเบา
อีกฝ่ายคงรู้สึกดีที่ได้ยินอย่างนั้นและยินดีจะให้อภัยคุณ

ผมเคยมีทิฐิและไม่ยอมที่จะลดละความมีทิฐิ
สุดท้ายผมพบว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรจากการทำแบบนั้น
แล้วกลับมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแทน…

…ถ้าความรักหมายถึง การไม่โกรธ และให้อภัย
คนที่คุณรักเขาคงยินดีและไม่โกรธเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคุณ
และเขาก็ยินดีที่จะให้อภัยคุณตราบเท่าที่เขายังรักคุณอยู่…

 

…อย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินไป…เพราะคำว่าทิฐิที่คุณมีอยู่…จงจำไว้ว่า เวลา คือสิ่งที่คุณไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้…

Posted by: A Little Catz | กุมภาพันธ์ 12, 2009

KitchenAid ราคาประหยัด

…สวัสดีค่ะ วันนี้มีเครื่องตีใหม่มาอวด ^^  พึ่งได้ KitchenAid มาเมื่อวานเลยค่ะ(ไม่ค่อยเห่อเลยนะเนี่ย หุหุ)

ต้องขอบคุณพี่โบว์คนสวย ที่ขยันนั่งเฝ้าบิดเครื่องให้น้อง ^^

KitchenAid ที่วรรณได้มาตัวนี้ มาจาก e-bay นะคะ ให้พี่โบว์ (vishuda) ช่วยบิดให้

ราคารวมทุกอย่าง พร้อมใช้งานคือ 12700 บาทค่ะ

ราคาเครื่องถ้าจำไม่ผิด 179 เหรียญมังคะ ส่วนค่าส่ง 155 เหรียญ ประมาณนี้ค่ะ ค่าที่แปลงไฟ 700 บาท

ส่งมาถึงไทยโดย USPS มาถึงไปรษณีย์ไทยแล้ว คุณแมวอ้วนเธอก็รีบร้อนจะเอาเครื่องมาใช้ให้ทันวันศุกร์นี้เพื่อทำคัพเค้กงานแต่งงานอ่ะค่ะ เลยต้องโทรไปที่ไปรษณีย์ให้ช่วยเร่งเคลียร์ให้ คุณไปรษณีย์ก็ใจดี เคลียร์ออกมาให้ก่อน วันที่ไปรับ ต้องไปรับเองที่ไปรษณีย์ ตรงหัวลำโพง ก่อนไปรับกลัวมาก หลายคนบอกภาษีแพง บางคนโดน 900 บางคนโดน 1600 เราก็ลุ้น เราจะโดนเท่าไหร่ว๊า

เลยเที่ยวถามพี่ๆที่ทำงานด้านนำเข้า-ส่งออก และพีที่ทำศุลกากร ว่าจะต้องเสียค่าภาษีประมาณเท่าไหร่

พอไปถึงไปรษณีย์ คุณไปรษณีย์บอกให้แกะกล่องเช็คของเพราะดูสภาพกล่องยู่ยี่ เราก็ตรวจเช็คของ ก็โอเค ไม่เสียหายอะไร เสร็จแล้วก็แพคกลับ คุณเจ้าหน้าที่ก็ให้เซ็นต์ชื่อรับของ พร้อมบอกเสร็จแล้วครับ เราก็งง…ในใจก็ถาม เอ ไม่ต้องเสียภาษีหรอคะ  แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา เพราะกลัวเค้านึกได้ว่าลืมเก็บภาษีเรา เลยรีบเดินออกมา 555+

สรุปว่า ไม่ได้เสียภาษีเลยสักบาท ก็เดาว่า คงเพราะสภาพของกล่องที่ดูไม่ค่อยจะดี บวกกับ invoice ปะข้างกล่องมาใส่ราคาแค่ 50 เหรียญและบอกคนส่งมาให้ติ๊กเป็น gift มังคะ เลยไม่ได้เสียภาษีสักบาท หุหุ

ก็เป็นอีก 1 ทางเลือก สำหรับคนที่อยากได้ KitchenAid ที่ราคาไม่แพงมากนะคะ เห็นราคาที่เซ็นทรัลแล้วปวดใจ 25000 – -” ตัดใจซื้อไม่ลงอ่ะค่ะ

แต่เครื่องของวรรณ เป็นเครื่อง Refurbished  นะคะ ข้างกล่องก็จะเขียนกำกับอย่างชัดเจนว่า Refurbished ซึ่งอธิบายว่า This product has been previously sold, used on a trial basis and returned to the manufacturer and contained only standard equipment

แต่วรรณก็ไม่ซีเรียสอะไร เพราะคิดว่า คงไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเครื่องพวกนี้ส่วนมากเป็นตัวโชว์ หรือสาธิต แล้วนำส่งโรงงานมาอัพเครื่องใหม่ ถ้าไม่ดี KitchenAid คงไม่เอาออกมาขายใหม่หรอก(มังคะ ^^”)

บวกกับเคยอ่านที่คุณหล่ำหมั่นเหม่งบอกไว้ว่า ซื้อเครื่อง Refurblished นี่มาเหมือนกัน ใช้งานมานานแล้วก็ยังใช้ได้ดีไม่มีปัญหาเลย แมวอ้วนเป็นเด็กดี ถือคติ เชื่อผู้ใหญ่ค่ะ ^^ เลยโอเค ถึงจะ refurbished ก็ไม่เป็นไร ถ้าโชคร้าย เกิดใช้แล้วเสีย ก็ถือว่าเป็นกรรมละกัน severin ก็ราคาเท่ากัน ยังใช้ได้แค่ 3 เดือนกว่าๆเอง ^^”

ก็เลยมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อมีใครอยากได้ KitchenAid ที่ราคาไม่แพงนะคะ จริงๆแล้ว เครื่องใหม่เลยก็มีเยอะแยะนะคะ ไปเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ ราคาบิด ก็ไม่ได้แตกต่างจากเครื่อง refurbished เลย ใกล้เคียงกัน บางตัวก็แพงกว่าแค่ 10 เหรียญเองอ่ะค่ะ

ยังไงก็ถือว่าคุ้มละ ได้ KitchenAid  มาใช้ จ่าย 12700 ไม่ต้องลำบากฝากใครหิ้วให้ยุ่งยาก เพราะคนขายเค้าจะส่งให้เราเองค่ะ แต่จะต้องทำใจเรื่องค่าส่งแพงหน่อยนะคะ

ส่วนที่แปลงไฟ ซื้อมา 700 บาท แถวคลองถมนั่นแหละค่ะ ตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน ว่ามันจะทำไฟช๊อต ทำให้เครื่องเราเจ๊งรึเปล่า แต่ถามคุณแม่เพื่อนที่ทำร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณแม่บอกว่า ไม่มีปัญหาเลยลูก เชื่อแม่ แม่ก็ขายไอ้เจ้าเครื่องแปลงไฟเนี่ย ไม่เห็นมีปัญหาสักที ซื้อเลยลูก ไม่ต้องไปซื้อแพงๆหรอก แมวอ้วนก็เด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ หุหุ ก็เลยตัดใจ 700 นี่แหละ ถูกดี (จริงๆงกอ่ะค่ะ แหะๆ มันถูกกว่าซื้อที่อมรตั้ง พันนึงนี่นา)

มาดูหน้าตาของเจ้ากล่องเครื่อง refurbished กันค่ะ กล่องก็…นะ กิ๊กก๊อกจริงๆ ถ้าเป็นเครื่องใหม่ ปกติจะเป็นกล่องสีสวย เคลือบเงานะคะ …ก็เรามันเครื่อง refurblished กล่องกระดาษธรรมดาก็หรูแล้ว ^^”

dsc01536

ข้างกล่องก็เขียนไว้ชัดเจนว่า refurbished แบบนี้เลยค่ะ อาจเป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีมังคะ

dsc01539

แกะออกมา สภาพปกติ ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าเป็นเครื่อง refurbished

dsc01548

เจ้าเครื่อง Refurbished นี่ส่วนมากจะเป็นรุ่นนี้ และสีขาวนะคะ อย่างรุ่นนี้ของวรรณก็รุ่น Artisan (รุ่นไหนจำไม่ได้) โถ 5Q  กำลัง 325W

dsc01552

dsc01554

ถ้าวรรณใช้งานแล้วเวิร์ค ไม่เวิร์คยังไง จะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีนะคะ  ^^ ถ้าผ่านไปปีนึงแล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าโอเค ผ่านค่ะ ยอมเป็นแมวทดลองเครื่อง refurbished ให้เลยนะเนี่ย เอิ๊กๆ

dsc01551

dsc01553

ส่วนอีกเรื่องคือ เรื่อง Portions Cup ที่หลายๆคนโทรมาถามว่ายังมีเหลือมั๊ย คือตอนนี้ที่อยู่กะวรรณหมดเกลี้ยงแล้วค่ะ เลยอยากจะถามว่า มีใครต้องการอีกมั๊ยคะ ถ้ามีคนอยากได้หลายคน และรวมจำนวนแล้วเยอะ วรรณจะได้สั่งมาจากเมกา

แต่ต้องบอกก่อนว่ารอบนี้ ไม่มีคนใจดีหิ้วมาให้แล้วนะคะ ต้องเสียค่าส่งเองทุกอย่าง ราคาจึงอาจจะแพงขึ้นมาอีก เพราะต้องบวกทั้งค่าส่ง และภาษีที่จะโดนไม่รู้เท่าไหร่ด้วยอ่ะค่ะ แต่ก็คาดว่า ไม่น่าจะเกินใบละ 3 บาทนะคะ

ถ้าใบละ 3 บาทยังสนใจกันอยู่มั๊ยคะ ถ้าใครสนใจช่วยลงชื่อไว้ พร้อมบอกจำนวนที่ต้องการ และเบอร์อีเมล์ติดต่อกลับด้วยนะคะ ถ้ารวบรวมแล้วมีมากพอ วรรณก็จะสั่งมาอีกค่ะ

d6552458-71

อ้อ  พื้นที่โฆษณา ใครอยากได้ถุงบีบของ Wilton สั่งได้นะคะ มีสาวนักช๊อปเธอจะไปเมกาเดือนหน้าเธอสั่งถุงบีบและหัวบีบไว้เพียบ ใครสนใจสอบถามได้นะคะ รวมทั้งหัวบีบเบอร์ที่หายากในบ้านเราคือ 2D และ 1M ที่เหมาะสำหรับบีบ Cup Cake ค่ะ

วันนี้ไปเห็นราคาถุงบีบ Wilton ที่ตั้งจิบเซ้งแล้วอยากเป็นลมขนาด 16 นิ้ว 580 บาท เอิ๊กๆ

…ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ มาแล้วก้อย่าลืมเม้นต์ด้วยนะคะ ไม่มีคนเม้นต์ เดี๋ยวจขกท. จะปิดบล็อกหนีแล้วนะคะ หุหุ สุขสันต์วันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนะคะ ^^

แม่วรรณ แมวอ้วน A Little Catz

Special Thanks

พี่โบว์ Vishuda ที่จัดการเรื่อง KitchenAid ให้น้องทุกอย่างเลย ขอบคุณมากๆเลยนะคะ จุ๊บบบบบบ ใครอยากทราบรายละเอียดในการบิดต้องไปถามพี่โบว์ที่บล็อกของเธอนะคะ หรือจะฝากเธอซื้อของจากเมกาก็เข้าไปที่บล็อกได้เลยค่ะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=michaelmom&group=2

พี่วุฒิ ที่ให้คำแนะนำเรื่องการส่งสินค้าจากต่างประเทศ

พี่แอน ที่ให้คำแนะนำเรื่องภาษีค่ะ ^^

พี่… ที่ช่วยเช็คสถานะของให้ และให้คำแนะนำในการส่งสินค้าทางอากาศค่ะ ขอบคุณนะ…แมวอ้วน

 

Posted by: A Little Catz | มกราคม 28, 2009

Chocolate Banana

…สวัสดีค่ะ ^^ นานทีปีหน เจ้าของบล็อกถึงจะโผล่หน้ามาอัพบล็อกที เนื่องจากยุ่งมาก ถึงมากที่สุด ทั้งงานออฟฟิศ ทั้งทำขนม แทบไม่มีเวลาว่างเลยจริงๆค่ะ เวลานอนยังแทบจะไม่มี ตอนนี้แปลงร่างจากแมวอ้วนๆ เป็นหมีแพนด้า ตาดำคล้ำไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ^^”

ต้องขอโทษอีกที สำหรับเพื่อนๆที่ทิ้งคำถามไว้นะคะ รบกวนโทรมาถามดีกว่านะคะ ถ้าทิ้งคำถามไว้ที่นี่  วรรณแทบไม่มีเวลาจะมาตอบเลยจริงๆ เพราะตอนนี้เครื่องที่บ้านก็ติดไวรัส ยังไม่ได้ฟอร์แมท เข้าออฟฟิศก็ทำงานแทบไม่ได้แวะเข้าไปอ่านเว็บอื่นๆเลย หัวยุ่งหัวฟู ^^”

เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้คำตอบเร็วๆ โทรมาถามดีกว่านะคะ 0869865633 สามารถโทรมาได้ ในเวลาทำการคือ 9 โมงเช้า ถึง 5 ทุ่มนะคะ แต่ถ้าวันไหนโทรมาแล้วคนรับสายยังงัวเงีย เสียงอู้อี้ก็ต้องขออภัย เนื่องจากนอนไม่ค่อยเป็นเวลา บางวันก็นอนเช้า บางวันก็นอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม ^^”

ไม่ต้องเกรงใจว่าจะรบกวนนะคะ ยินดีตอบค่ะ ^^

ช่วงนี้ไม่มีขนมใหม่ๆมาโพสต์เลย ก็อย่างที่บอกว่ายุ่งมากๆ แค่ทำตามออเดอร์ กะงานออฟฟิศ ก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้วอ่ะค่ะ ใจก็อยากทำนู่น ทำนี่ แต่พอมีเวลา ก็อยากพักบ้าง เลยไม่ได้ทำอะไรใ หม่สักที วันนี้ก็เลยเอาของเก่ามาเล่าใหม่นะคะ เพราะเห็นหลายๆคนถามสูตรขนมชิ้นนี้

Chocolate Banana เค้กตัวนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากพี่ธิชานะคะ พี่ธิชาเป็นคนต้นคิดทำเค้กตัวนี้ วรรณก็ดัดแปลงเอาตามแบบที่ตัวเองชอบ ใช้สปันจ์ช๊อคโกแล็ตสูตรเดิมนั่นแหละค่ะ เป็นสูตรที่ถูกใจสุดๆแล้ว ทำง่าย  อร่อย นุ่ม นิ่ม ไม่เชื่อลองทำได้เลยค่ะ แมวอ้วนเอาหัวข้าวตูม๊าวๆรับประกันเลย ^^

Sponge Chocolate

แป้งเค้ก 85 กรัม
ผงฟู 3/4 ช้อนชา
ฺBaking Soda 1/2 ช้อนชา
เ กลือ 1/4 ช้อนชา
ผงโ กโก้ 25 กรัม
น้ำตาล 100 กรัม
ไ ข่เบอร์ 0 3 ฟอง
เ อสพี 10 กรัม
นมข้นจืด 40 กรัม
น้ำ 40 กรัม
เ นยจืด 80 กรัม

วิธีตีก็เช่นเดียวกับ วิธีตีสปันจ์ปกติของวรรณนะคะ

1. วอร์มเตา 175 องศา ไอฟบน-ล่าง

2. ร่อนแป้ง ผงฟู Baking Soda เกลือ เข้าด้วยกัน

3. ไข่ นม น้ำ น้ำตาล เทรวมกันในอ่างผสม ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อ ตีด้วยความเร็วสูงสุด 5 นาที หรือจนกว่าจะใช้พายตักขึ้นมาแล้วส่วนผสมไม่หยด (จะประมาณไข่ขาวตั้งยอดอ่ะค่ะ ถ้าตี 5 นาทีแล้วยังไม่ได้ ยังเหลวอยู่ ให้ตีต่อจนกว่าจะได้ข้นแบบใช้พายตักแล้วไม่หยดนะคะ เครื่องบางรุ่นอาจต้องใช้เวลาตีถึง 10 นาทีเลยล่ะค่ะ)

4. ใส่แป้ง ตีต่ำ 1 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นตีสูง 6 นาที ระหว่างนี้ปาดอ่างเป็นระยะ

5. พอครบ 6 นาที ตีต่ำ 1 นาที ปาดอ่าง

6. หลังจากนั้น ใส่เนยละลายที่ผสมกับผงโกโก้ลงไปตีต่ำอีก 2 นาที ระหว่างนี้ต้องใช้พายคนไปด้วยนะคะให้เนยเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ป้องกันเค้กเป็นไต ถ้าเป็นเครื่องใหญ่ต้องหยุดเครื่องแล้วปาดอ่างคนนะคะ

7. เมื่อตีครบ 2 นาทีแล้ว ปรับสปีดเป้นสูงตีต่ออีกประมาณ 10 วินาที แล้วปิดเครื่อง ใช้พายคนจากก้นอ่างขึ้นมา คนให้เข้ากัน ให้แน่ใจว่าเนยไม่นอนก้น แล้วเทลงพิมพ์ 3 ปอนด์ ที่รองด้วยกระดาษไข อบประมาณ 25-30 นาทีหรือจนกระทั่งเค้กสุกค่ะ

8. เมื่อเค้กสุกแล้วนำออกมาจากเตา กระแทกพิมพ์แรงๆ 1 ครั้ง เพื่อให้เค้กอยู่ตัว ถ้ากระแทกพิมพ์เบาเกินไป อาจทำให้เค้กหดได้นะคะ แล้วทิ้งไว้ให้เย็นสักประมาณ 10 นาที ใช้สปาร์ตูลาร์แซะเค้กออกแล้วคว่ำพักไว้บนตระแกรงพักไว้ให้เย็นค่ะ

ส่วนผสมวีปครีม

วีปครีม 3 ถ้วยตวง

น้ำตาลไอซิ่ง 4+ 1/2 ช้อนโต๊ะ

กล้วยหอม 3-4 ลูก

ตีวีปปิ้งครีม โดยเทวีปปิ้งครีมลงในโถตีแล้วนำเข้าแช่ช่องฟรีซให้เย็นจัด แล้วนำมาตีใส่น้ำตาลไอซิ่ง ชิมรสตามชอบนะคะ

แล้งจึงนำเค้กมาสไลซ์เป็น 2 เลเยอร์ (จริงๆราจะสไลช์ได้ 3 เลเยอร์นะคะ แต่เราใช้แค่ 2 เลเยอร์พอ เพราะเวลาใส่กล้วยข้าไปเค้กจะสูงมากๆค่ะ เพราะฉะนั้นจะทำให้เหลือเค้กอีก 1 เลเยอร์ ถ้าไม่อยากต้องทิ้งเค้กที่เหลือ เวลาอบก็ไม่ต้องใส่แบทเทอร์เยอะนะคะใส่ัก 1/2 ของพิมพ์ ส่วนแบตเทอร์ที่เหลือ อบใส่พิมพ์ 1 ปอนด์ หรือครึ่งปอนด์ เก็บไว้ทำได้อีกก้อนค่ะ…งงมั๊ยคะเนี่ย เอิ๊กๆ ^^”)

ปาดเค้กเลเยอร์แรกด้วยวีปปิ้งครีมที่ตีไว้ แล้วเอากล้วยวางลงไป (กล้วย 1 ลูก ผ่าครึ่งล้ววางเลยนะคะจะใช้กล้วยประมาณ 3 – 4 ลูกค่ะ) ปาดทับด้วยวีปปิ้งครีมแล้วนำเค้กอีกชั้นมาประกบแล้วปาดด้วยวีปปิ้งครีมให้ทั่ว แล้วจึงนำไปแช่ในตู้เย็น ช่องฟรีซไปเลยก็ได้นะคะ จะได้เซ็ทเร็วๆ สักครึ่งชั่วโมงค่ะ

ระหว่างนี้ก็มาทำกานาชกัน

กานาช

Dark Chocolate  120 กรัม (หรือใครไม่ชอบขมจะใช้ Milk Choc 60 กรัม  ผสมกับ Dark Choc 60 กรัมก็ได้นะคะ)

วีปปิ้งครีม 70 กรัม

เนยจืด 30 กรัม

นำวีปปิ้งครีมไปอุ่นให้ร้อนแล้วหั่นช๊อคโกแล็ตเป็นชิ้นเล็กๆ คนให้ช๊อคฯละลายแล้วใส่เนยลงไปคนให้เข้ากันค่ะ  พักไว้ให้หายร้อนนะคะ ใช้นิ้วจิ้มดู ถ้าไม่ร้อนก็นำไปราดเค้กได้เลย ถ้ายังอุ่นๆ ก็พักไว้ก่อนรอให้เค้าหายร้อนแล้วค่อยนำไปราดบนเค้กค่ะ

วิธีราดก็เอากานาชที่เราทำไว้ เทลงไปตรงกลางของเค้ก ค่อยๆเทให้กานาชค่อยๆไหลไปขอบๆเค้กนะคะ ถ้าเทพรวดเดียว แล้วกานาชเราเหลว จะไหลเยิ้ม เสียดายช๊อคฯค่ะ หลังจากนั้น ก็ใ ช้ช้อนหมุนๆทำลาย แล้วนำเข้าแช่เย็นต่ออีกสัก 1 ชั่วโมงก็พร้อมทานได้แล้วค่ะ ^^

ไม่ยากเลยเนอะ อร่อยดีนะคะ ลองทำทานดูค่ะ ^^

ปล. ฝากถึงเพื่อนๆที่จะติดต่อวรรณช่วงวันที่ 31 มกรา – 4 กุมภา ถ้าโทรมาแล้วไม่รับสาย หรือปิดเครื่อง ไม่ต้องแปลกใจนะคะ วรรณลาบวชค่ะ ^^ ใกล้ถึงวันเกิดตัวเองแล้ว อยากทำอะไรที่เป็นศิริมงคลกับชีวิตตัวเองบ้าง…เผื่อจะทำให้อะไรๆดีขึ้น ไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจกะเรื่องไร้สาระอีก ^^”  

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันเสมอนะคะ ^^

ปล. อีกที ฝากถึงบางคน แมวอ้วนฝากเพลงนี้ให้ฟังค่ะ
 http://www.ijigg.com/songs/V2CGG7CEPB0

Posted by: A Little Catz | พฤศจิกายน 21, 2008

Soft Cheese Cake

สวัสดีค่ะ ^^ วันนี้ฤกษ์งามยามดี อู้งานมาอัพบล็อก ^^” อารมณ์ขี้เกียจ เล่มใหม่พึ่งออกวางแผงวันนี้ แต่คนทำเกิดอาการไม่อยากทำงานเลยขอพลัดไปทำวันจันทร์แทนละกัน ช้าไปไม่กี่วัน ผู้อ่านคงไม่ว่าหรอกเนาะ ยังไงก็ฝากเว็บนี้ด้วยนะคะ www.positioningmag.com คลิกเข้าไปช่วยเพิ่ม stat ให้เว็บด้วยนะคะ เอิ๊กๆ (พื้นที่โฆษณาค่ะ ^^”)

สัญญาว่าจะอัพ Soft Cheese Cake มาหลายรอบแล้วก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาเรื่อย วันนี้เลยมาอัพไว้ในบล็อกนะคะ

เค้กตัวนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากพี่ดาว Kofschip เพราะพี่ดาวยุให้ทำ แมวอ้วนเลยได้ลองทำดูค่ะ ผลออกมาอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว และขอใช้พื้นที่ตรงนี้ของคุณ คุณเดียร์ anadiar ด้วยนะคะสำหรับคำแนะนำในการทำขนมตัวนี้ ^^

เจ้าซอฟท์ชีสเค้กนี่ วรรณชอบอบทานเล่น อร่อยนะคะ เนื้อสปันจ์นิ่มๆ หอมกลิ่นชีส
ไม่หวานมาก อร่อยได้โดยไม่ต้องง้อฟรอสติ้งเลยล่ะค่ะ

สูตรก็แปลงมาจากสปันจ์สูตรเดิมของพี่แหม่ม Tiara นะคะ ขอบคุณพี่แหม่มรอบที่สองพันค่ะ
จุ๊บบบบค่ะพี่แหม่มสำหรับสูตรขนมอร่อยๆ ^^

ส่วนผสม ตัวเค้ก
แป้งเค้ก 100 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาล 80 กรัม
นมข้นจืด 40 กรัม
น้ำ 40 กรัม
เอสพี 10 กรัม
ไข่เบอร์ 0 3 ฟอง
เนย 40 กรัม
น้ำมันพืช 40 กรัม
กลิ่นวนิลา 1/2  ช้อนชา
ครีมชีส 100 กรัม

วิธีทำ
1. นำครีมชีสออกมาวางไว้อุณหภูมิห้อง ให้ครีมชีสอ่อนตัว แล้วตีให้เนียน พักไว้
2. ร่อนแป้ง ผงฟู เข้าด้วยกัน อุ่นเตาอบ ไฟ บน-ล่าง 175 องศาเซลเซียส
3. ในอ่างผสม เทนม น้ำ น้ำตาล เกลือ ไข่ เข้าด้วยกัน ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อ
4. ตีด้วยความเร็วสูง 5 นาที หรือจนกว่าโฟมของไข่จะข้น จนใช้พายปาดลงมาแล้วไข่อยู่ตัวไม่หยด (แล้วแต่ความแรงของเครื่อง และความสด และใหม่ของไข่นะคะ เครื่องบางรุ่นอาจต้องใช้เวลาตี8-10 นาทีเลยล่ะค่ะ
และที่สำคัญ ห้ามใช้ไข่ที่เย็นนะคะ ไข่ต้องเป็นไข่อุณหภูมิห้องเท่านั้นค่ะ ไม่งั้นจะตีขึ้นยากค่ะ)
5. ปิดเครื่อง ใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน 1นาที แล้วจึงปรับสปีดเป็นความเร็วสูง 6 นาที
6. เมื่อครบ 6 นาทีแล้วเปลี่ยนสปีดเป็นต่ำ ตี 1 นาที แล้วจึงใส่เนยละลาย (เนยต้องอุ่น ไม่เย็นหรือร้อนเกินไป ไม่งั้นเค้กจะเป็นไตค่ะ) กลิ่นวนิลา แล้วตามด้วยครีมชีสที่ตีไว้ ตีต่อด้วยความเร็วต่ำอีก 2 นาที ระหว่างนี้หมั่นคนตลอดเวลานะคะ เพื่อให้เนยเข้ากับส่วนผสมได้ดี ไม่นอนก้น เค้กจะได้ไม่เป็นไต เมื่อครบ 2 นาทีแล้ว ให้ตีสูง 10-20 วินาที แล้วปิดเครื่องค่ะ
7. ใช้พายคนส่วนผสมทั้งหมดโดยปาดจาก้นอ่างอีกครั้ง แล้วเทลงถ้วยคัพเค้ก หรือพิมพ์ขนาด 3
ปอนด์ที่รองด้วยกระดาษไข นำเข้าอบ ถ้าเป็นคัพเค้กประมาณ 15-18 นาที ถ้าเป็นเค้กปอนด์ ประมาณ 25 นาที
ค่ะ

สูตรนี้ถ้าทำคัพเค้กจะได้ประมาณ 15-18 ถ้วยนะคะ

ส่วนผสมทั้งหมดค่ะ

ร่อนแป้ง ผงฟู เข้าด้วยกัน

ตีครีมชีสให้เนียน แล้วพักไว้รอเลยค่ะ

…มาเริ่มขั้นตอนทำเค้กกัน ไข่ นม น้ำ น้ำตาล เทรวมกันในอ่างผสม ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อค่ะ

…ตีส่วนผสมข้างบนด้วยความเร็วสูงสุด 5 นาที หรือตีจนกระทั่งจะได้ส่วนผสมที่ขึ้นฟู ใช้พายยางตักแล้วไม่หยด

เรื่องเวลาไม่ต้องฟิกซ์ตามวรรณ 5 นาทีนะคะ เพราะวรรณใช้เครื่องใหญ่ severin ตี ใช้เวลา 8 นาทีค่ะ กว่าจะข้น ขึ้นอยุ่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ความแรงของเครื่อง ไข่ที่ต้องสด เอสพีที่ดี ไม่เสีย ที่สำคัญอีกอย่าง ไข่ต้องอยู่ในอุณหภูมิห้องเท่านั้น อย่าใช้ไข่ที่เพิ่งนำออกจากตู้เย็นมาตีนะคะ จะตีขึ้นยาก แต่น้ำและนม เย็นได้ค่ะ

…นี่วรรณตี 5 นาทีเป๊ะค่ะ จะได้ส่วนผสมที่ข้นแบบนี้ ใช้พายปาดขึ้นมา แล้วจะไม่หยด ถ้าเหลวเป็นน้ำต้องตีต่อจนกว่าจะได้แบบนี้นะคะ บางทีวรรณตี 10 นาทีก็มีค่ะ ไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าเพราะอะไร ^^”

…เมื่อตีได้ข้นแบบคห.บนแล้ว หยุดเครื่อง ใส่แป้งค่ะ วรรณใส่หมดทีเดียวเลยนะคะ แล้วตีต่ำ 1 นาที ระหว่างนี้ ก็ใช้พายปาดอ่างไปด้วยให้แป้งเข้ากะส่วนผสมอื่นๆค่ะ (สำหรับเครื่องเล้กนะคะ เครื่องใหญ่คงปาดลำบาก)

…เครื่องเล็กจะปาดไปด้วยได้ค่ะ แต่เครื่องใหญ่คงปาดแบบนี้ไม่ได้

…หลังจากนั้นตีต่อด้วยความเร็วสูงสุด 6 นาทีค่ะ จะได้ส่วนผสมข้นๆแบบนี้

ถ้าใครใส่แป้งแล้ว ยุบ ส่วนผสมที่ได้เหลว เดาว่า ยังตีขั้นตอนแรก คือ 5 นาที ไข่ยังไม่ข้น ได้ที่ เลยอาจจะทำให้รับน้ำหนักของแป้งไม่ไหว ใส่แป้งแล้วยุบ ค่ะ

…เมื่อตีครบ 6 นาทีแล้ว ปรับสปีดมาเป็นต่ำสุด 1 นาที แล้วทยอยใส่เนยละลายที่ผสมกับน้ำมันพืช วรรณใส่ทีละช้อนนะคะ  ที่ใส่เนยผสมน้ำมันพืชเนื่องจาก ถ้าใส่เนย 80 กรัมเลย กลัวว่ากลิ่นเนยจะกลบกลิ่นชีสน่ะค่ะ
แต่ถ้าตัดเนยออกไปเลย ก็จะขาดความหอมของเนยไป เลยเลือกที่จะใช้อย่างละครึ่งค่ะ

สำหรับสปันจ์เค้กเรื่องเนยก็สำคัญนะคะ ระวังอย่าให้เนยเย็นหรือร้อนเกินไป ต้องเป็นเนยอุ่นๆนะคะ

…หลังจากใส่เนยแล้วก็ใส่ครีมชีสที่เราตีไว้ลงไป แบ่งใส่สัก 3 ครั้งนะคะ ตีต่อด้วยความเร็วต่ำอีก 2-3 นาที ให้มั่นใจว่าครีมชีส ผสมกับส่วนผสมอืนๆดีแล้ว ระหว่างนี้ สำคัญต้องหมั่นปาดอ่างไปด้วย กันเนยนอนก้น ไม่งั้นจะเป็นไตค่ะ
ถ้าใครใช้เครื่องใหญ่ คงต้องหยุดเครื่องแล้วปาดนะคะ

…หลังจากนั้นใส่วนิลาค่ะ (จริงๆต้องใส่หลังเนยแต่ลืม แหะๆ)

…หลังจากตีครบตามเวลาแล้ว และมั่นใจว่า เนย ชีส เข้ากับส่วนผสมอื่นๆดีแล้ว ให้ตีสูงอีก 20 วินาที
เพื่อให้ส่วนผสมต่างๆเข้ากันดีค่ะ อย่าตีนานนะคะ เดี๋ยวเค้กเหนียว ก็จะได้ส่วนผสมแบบนี้มาค่ะ

…หลังจากนั้นก็เทส่วนผสมลงในถ้วยค่ะ วรรณได้ 17 ถ้วยนะคะ ใส่ถ้วยแบบธรรมดาไปด้วย 3 ใบ

…เสร็จแล้วนำเข้าอบ ไฟ บน-ล่าง อุณหภูมิ 180 องศา นาน 15-20 นาที เตาใหญ่วรรณใช้ 175 องศาประมาณนี้นะคะ
อ้อ ก่อนอบ วอร์มเตาไว้ก่อนสัก 15 นาทีนะคะ วันนี้วรรณวอร์มเตาไว้นานมากๆ เนื่องจากกว่าจะตีเสร็จ ทำไปด้วยถ่ายรูปไปด้วยเลยช้ามากๆ กว่าขนมจะได้เข้าเตาปาเข้าไป เกือบ 30 นาที ผลคือ เค้กหน้าแตกยังกะขนมปุยฝ้าย ม๊าววว

…โอ้วววว แตกสามแฉกทุกชิ้นยังกะปุยฝ้ายเลยวุ้ย ทำปุยฝ้ายจะแตกแบบนี้มั๊ยเนี่ย ^^”

…ส่วนถ้วยเล็ก พอเย็นแล้วก็ไม่เห็นรอยแตก หน้าตาปกติค่ะ  

…ตอนแรกก็กังวล หน้าแตกเป็นปุยฝ้ายแบบนี้เนื้อจะเป็นงัยเนี่ย เลยหยิบมาชิม 1 ถ้วย…โอเชๆเลยค่ะ

นุ่มนิ่มเป็นปกติ ไม่แข็งไม่เหนียวแน่นอน ฟันธง ! ^^

…มาทำฟรอสติ้งแต่งหน้าคัพเค้กดีกว่าค่ะ

ขอบอกว่า เค้กตัวนี้ค่อนข้างอ้วนนะคะ เพราะอุดมไปด้วยครีมชีสนั่นเองค่ะ ^^”

ตัวฟรอสติ้งนี้ ได้มาจากความบังเอิญที่วันนั้นตีวีปครีมแล้วเหลือ เลยเอาวีปครีมที่ตีเหลือมาตีกะครีมชีสอีกที ผลออกมาดีเกินคาด ได้ครีมชีสฟรอสติ้งที่เนียนกว่าวิธีทีครีมชีสรวมกับวีปครีมทีเดียวค่ะ

ส่วนผสมครีมชีสฟรอสติ้ง
ครีมชีส 250 กรัม
วีปครีม 250 กรัม
ไอซิ่ง 3 ช้อนโต๊ะ (จะมากน้อยกว่านี้ก็ตามชอบนะคะ)
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

ปล. ถ้าต้องการได้เนื้อฟรอสติ้งที่บีบได้สวย ควรแช่วีปปิ้งครีมที่ตีให้เซ็ทตัวก่อนค่อยนำมาผสมกับครีมชีสนะคะ
และลดปริมาณของวีปปิ้งครีมลงให้เหลือสัก 150-200 กรัมก็พอค่ะ

เริ่มจากตีครีมชีสให้เนียนแล้วพักไว้ค่ะ

…สำหรับวีปปิ้งครีมให้เทลงในอ่างผสมแล้วนำไปแช่ในช่องฟรีสสัก 10-15 นาทีค่ะ ให้เย็นจัด แต่อย่าให้แข็งนะคะ ไม่งั้นตีไม่ขึ้นหรือถ้าตู้เย็นใคร ไม่สามารถนำโถผสมเข้าไปแช่ได้ ให้นำวีปครีมใส่เข้าไปแช่อย่างเดียวก็ได้ค่ะ

วิธีนี้จะทำให้ตีได้ขึ้นง่าย โดยไม่จำเป็นต้องรองน้ำแข็งเลยค่ะ ง่ายและสะดวกดีค่ะ ขอบคุณความรู้จากพี่จ้ำจี้นะคะ จำได้ว่าเคยอ่านเจอที่พี่จ้ำจี้บอก เลยจำมาใช้มั่ง ได้ผลดีเยี่ยมค่ะ ^^

…ใส่ไอซิ่งลงไปในวีปปิ้งครีมค่ะ

…ตีด้วยความเร้วสูง ระหว่างนี้ ก็แอบๆชิมไปด้วยนะคะว่าหวานพอหรือยัง ถ้ายังก้เพิ่มไอซิ่งได้เลยค่ะ พอข้นประมาณนี้เปลี่ยนมาตีสปีดต่ำสุดสัก 1 นาทีก็ใช้ได้ค่ะ เวลาที่ตีวีปครีมนี่ประมาณ 5 นาทีนะคะ

…นี่คือหน้าตาของวีปครีมที่ตีได้ที่แล้วค่ะ

…นำครีมชีสที่ตีไว้มาตีรวมกับวีปครีมค่ะ ตีโดยใช้สปีดต่ำสุดนะคะ แล้วทยอยใส่น้ำมะนาวลงไป
ชิมรสชาติที่ถุกใจเรา ถ้าหวานไม่พอก้เติมไอซิ่ง เปรี้ยวไม่พอ เติมน้ำมะนาวค่ะ

…เสร็จแล้วนำใส่ถุงบีบ วรรณใช้หัวบีบเบอร์ 193 นะคะ แลเวก็บีบเลยค่ะ เว้นที่ตรงกลางไว้ใส่บลูเบอรรี่ท๊อปปิ้งด้วยนะคะ

…บีบให้มีช่องตรงกลางแบบนี้นะคะ ไว้ใส่ท๊อปปิ้งค่ะ

…วรรณใช้ท๊อปปิ้งบลูเบอรรี่นะคะ หรือใครชอบอย่างอื่นก็ตามสะดวกเลยค่ะ หรือจะดัดแปลง
ใส่เนื้อสตรอเบอรรี่สดลงไปในเนื้อเค้ก แล้วแต่งหน้าด้วยสตรอเบอรรี่สดก็น่าจะเวิร์คนะคะ

…เพิ่มความหวานอีกนิด ด้วยไวท์ช๊อค ใส่สีชมพูค่ะ

…ส่วนอันนี้เป็นรูปเก่าที่ทำครั้งแรกนะคะ สวยดี ชอบ ^^

ทำเป็นคัพเค้กในงานแต่งค่ะ

…ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมบล็อกนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นท์ ทุกๆกำลังใจที่มีให้กันเสมอ
วรรณอาจไม่ค่อยได้ตอบคำถามในบล็อก แต่อ่านทุกคอมเม้นท์ค่ะ ^^

…แม่วรรณของน้ำตาล แมวอ้วน A Little Catz…

 

Posted by: A Little Catz | พฤศจิกายน 11, 2008

portion cup (cup cake)

…สวัสดีค่ะ มีคนใจดีหิ้วถ้วย portion cup ที่ไว้ใช้สำหรับอบคัพเค้กมาให้จากอเมริกา ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

ที่มีน้ำใจหิ้วมาให้  ก็เลยจะมาบอกเพื่อนๆว่า วรรณมีเจ้าถ้วย portion cup นี่แบ่งขายให้เพื่อนๆได้นะคะ

ใครที่สนใจอยากได้โทรมาสอบถามได้ค่ะ 0869865633 ค่ะ เพราะคราวที่แล้วมีคนถามมาเยอะเหมือนกันว่ายังมีอยู่รึเปล่า

ความสะดวกของเจ้าถ้วยแบบนี้ก็คือ ใส่เตาอบได้เลยไม่ต้องรองพิมพ์ค่ะ (แต่ก็ควรวางบนถาดนะคะ เวลาอบออกมาถ้วยจะได้ไม่ไหม้) ใครสนใจก็โทรมาถามได้นะคะ ขอบคุณค่ะ ^^

ปล. ขนาดของถ้วยคือ 3 1/4 ออนซ์นะคะ

 

 

p1010485

Posted by: A Little Catz | ตุลาคม 20, 2008

ตอบคำถาม…ยาวเหยียดค่ะ

…สวัสดีค่ะ ต้องขออภัยทุกท่านที่เข้ามาฝากคำถามทิ้งไว้แล้ววรรณไม่ได้ตอบนะคะ มี 100 เหตุผลที่ไม่ได้ตอบ แต่หลักๆคือ ตอนนี้ที่บ้านยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้ขออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เลยต้องแอบใช้เน็ตที่ทำงานโพสต์กระทู้มั่ง อ่านนู่นนี่ไปตามเรื่องตามราว

แต่ถ้าจะให้อะพบล็อก เน็ทที่บริษัทจะค่อนข้างช้ามากกกก (แค่อัพเว็บของที่ทำงานยังช้าเลยค่ะ…ไม่อยากจะเม้าท์ ^^”) ก็เลยพาลขี้เกียจไม่ได้อัพบล็อก

เข้าไปอ่านที่บล็อกฝากคำถามไว้แล้วค่ะ ขออนุญาตยกมาตอบแบบรวมๆที่หน้านี้เลยนะคะ ยังคงยืนยันเช่นเคยว่า ถ้าใครมีคำถาม แบบอยากได้คำตอบเร็วๆ ไม่ต้องถามทิ้งไว้ในนี้ก็ได้นะคะ โทรมาถามได้เลยไม่ต้องเกรงใจค่ะ ถ้าตอบได้ วรรณยินดีตอบค่ะ ^^ บอกเบอร์โทรอีกที เผื่อบางคนหาไม่เจอ 0869865633 ค่ะ ^^

เห็นหลายคนถามหาถ้วยคัพเค้กสีขาว แบบที่วรรณสั่งมา ถ้าใครอยากได้ ลองใช้คำว่า Portion cup หาใน google ดูนะคะ จะเห็นเยอะแยะมากมาย แล้วลองคลิกไปหาลิงค์ที่ขายถูกที่สุดดูค่ะ ขนาดที่วรรณใช้คือ 3.25 ออนซ์ค่ะ หรือจะตามไปที่ลิงค์นี้ก็ได้ค่ะ http://www.reliablepaper.com/ProductDetails.asp?ProductCode=SCC325&Click=671

สำหรับคำถามยอดฮิตคือเรื่องสปันจ์เค้กนะคะ ต้องออกตัวนิดนึงว่า วรรณใช้สปันจ์สูตรพี่แหม่ม Tiara นะคะ เอามาดัดแปลงสูตรและวิธีตีนิดหน่อย เล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่การตีแบบวรรณ แตกต่างจากแบบต้นฉบับเล็กน้อย การตีแบบนี้ วรรณรู้สึกว่าจะให้เนื้อเค้กที่เบากว่าแบบต้นฉบับนะคะ

ไม่ใช่ว่าแบบต้นฉบับจะไม่นุ่มไม่เบานะคะ นุ่ม แต่คนละแบบค่ะ เนื่องจากการตีแบบวรรณ คือใส่ไข่ นม น้ำ น้ำตาล แล้วตีจนกว่าส่วนผสมจะข้นฟู จะเป็นการตีไข่ให้ขึ้นฟูก่อน เพราะฉะนั้น เนื้อเค้กที่ได้จึงค่อนข้างจะเบากว่าการตีแบบต้นฉบับ (อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ)

ส่วนคำถามยอดฮิตคือ ตีไข่ 5 นาทีแล้ว ทำไมพอใส่แป้ง ส่วนผสมจะยุบฮวบลงทันที คำตอบคือ โฟมของไข่ที่ตีนั้นยังไม่แข็งแรงพอค่ะ ขั้นตอนการตีไข่ นม น้ำ น้ำตาล ด้วยความเร็วสูงนั้น จะต้องตีจนกระทั่งใช้พายตักส่วนผสมขึ้นมา ส่วนผสมจะไม่หยด จะเรียกว่า ตั้งยอดแบบเราตีไข่ขาวก็ได้ค่ะ และขั้นตอนนี้ เราจะฟิกซ์เวลาว่าต้อง 5 นาที ไม่ได้เสมอไปนะคะ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น กำลังของเครื่องตี ความสดของไข่ เอสพี เป็นต้นค่ะ

เพราะฉะนั้น อย่าตีแค่ 5 นาทีตามที่วรรณบอก เพราะ 5 นาทีของเครื่องวรรณ (otto hm009) กะเครื่องรุ่นอื่นอาจไม่เหมือนกัน บางทีวรรณก็ต้องตีถึง 9 นาที กว่าโฟมของไข่จะแข็งแรงพอที่จะใช้พายปาดแล้วไม่หยดนะคะ

ซึ่งถ้าเราตีไข่ได้แบบยกพายแล้วไม่หยด หรือตั้งยอดได้แบบที่วรรณบอกมั่นใจได้เลยว่า พอใส่แป้งลงไปล้ว ส่วนผสมจะไม่ยุบแน่นอนค่ะ

สาเหตุอีกอย่างที่ทำให้ตีไข่แล้วไม่ข้น ฟูก็คือ ไข่ ห้ามเย็นนะคะ ไข่ต้องอุณหภูมิห้องเท่านั้น อย่าได้เอาไข่ที่พึ่งเอาออกจากตู้เย็นมาตีเป็นอันขาดเชียว และไข่ควรจะสดและใหม่ ตอกไข่ลงไปแล้ว ไข่แดงไม่แตก ยังกลมดิก ก้แสดงว่าสดใช้ได้ และควรใช้เบอร์ 0 เท่านั้นนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ใช้เบอร์ 1 แทนได้ แต่ไม่ควรใช้ไข่เบอร์เล็กว่านี้ค่ะ

อีกคำถามคือ ทำยังไงดี เค้กเป็นไต สำหรับสปันจ์เค้ก เค้กเป็นไต อันเนื่องมาจากสาเหตุ เนยที่ใส่ เย็ฯ หรือร้อนจัดเกินไป หรือคนเนยยังไม่ดีพอ ทำให้เนยไม่เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ เนยนอนก้นก็เป็นไตค่ะ วิธีแก้ไขคือ ต้องใช้เนยอุ่น ค่อนไปทางร้อนนิดหน่อยนะคะ และหลังจากที่ใส่เนยละลายไปแล้วต้องคนตลอดเวลาเพื่อให้มั่นใจว่าเนยจะเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ถ้าหากเป็นเครื่องใหญ่ เช่น Kitchen Aid อาจจะต้องพักเครื่องแล้วปาดอ่างนะคะ

ส่วนอุณหภูมิในการอบ ก็คงขึ้นอยู่กับเตาของแต่ละคน บางคนอาจต้องอบไฟล่างอย่างเดียวก่อนแล้วเปลี่ยนมาเป็นบน-ล่างสัก 10 นาทีสุดท้าย แต่สำหรับเตาวรรณ วรรณใช้ไฟบน-ล่าง โดยวางถาดไว้กึ่งกลางเตาอบค่ะ อุณหภูมิ 175 องศาซีนะคะ

วันนี้ขอตอบสั้นๆเฉพาะสปันจ์เค้กก่อนนะคะ วันหลังจะมาอัพเดทอุปกรณ์เบเกอรรี่ใหม่ค่ะ ^^

Posted by: A Little Catz | ตุลาคม 20, 2008

Cup Cake

…ไม่ได้อัพบล็อกมาหลายเดือน ^^” วันนี้เอาคัพเค้กรูปแบบเดิมๆ มานำเสนอเล็กๆน้อยๆพอเป็นไอเดียนะคะ
เอาไว้ย้ายบ้าน ติดเน็ทให้เรียบร้อยก่อน คงได้กลับมาทำบล็อกใหม่จริงๆจังๆ ตอนนี้ใช้เน็ทออฟฟิศก็อืดเหลือเกิน
เลยไม่ค่อยอยากทำอะไรสักเท่าไหร่ (เหตุผลของแมวอ้วนจอมขี้เกียจอัพบล็อกนั่นเองค่ะ…ม๊าววว)

Older Posts »

หมวดหมู่