Posted by: A Little Catz | มีนาคม 4, 2009

มีประโยชน์อะไรที่คุณจะถือทิฐิเอาไว้กับตัว?

…วันนี้บังเอิญได้อ่านบทความจากเว็บ เว็บนึง ซึ่งไม่ทราบแหล่งที่มาของบทความที่ชัดเจนนะคะ ขออนุญาตใส่ลิงค์จากเว็บที่อ่านเลยละกันค่ะ http://toomoyclub.igetweb.com/index.php?mo=3&art=185397

ต้องขอบคุณเจ้าของเว็บที่นำบทความดีๆ บทความนี้มาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน อ่านแล้วรู้สึก…โดนใจจัง อ่านแล้วก็นึกถามตัวเองว่า…ถ้าเพียงแต่…ถ้าเพียงแค่เราจะลดทิฐิลงมาสักนิด เรื่องบางเรื่อง มันคงไม่จบลงอย่างนี้

คนเรา มักจะมีทิฐิสูงเสมอกับคนใกล้ตัว…คนที่เค้าแคร์เรา คนที่เค้ารักเรา การกล่าวคำว่า…ขอโทษ…หรือเสียใจ เป็นคำที่ยากที่สุดที่จะพูดออกมาได้ รู้สึก…เสียหน้าเหลือเกิน ถ้าจะต้องเป็นคนพูดคำว่า “ขอโทษนะ” ออกมา

หรือแม้กระทั่ง ทิฐิเกินไป…จนไม่กล้าพูด หรือไม่กล้าถาม บางสิ่งที่เราอยากรู้ ยังคลางแคลงใจ…แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามออกมาเพียงแค่คำว่า…เรื่องอะไร เราจะต้องถาม เค้าต่างหากที่ควรต้องเป็นฝ่ายพูดเอง ทำไมต้องให้เราถามด้วย…นี่ก็ทิฐิสูงเกินไป…อารมณ์ อยากรู้แต่ไม่อยากถามประมาณนั้น ^ ^

ถ้าเพียงแต่เราละทิฐินั้นไป…ชีวิตของเราอาจจะพลิกผัน ไปเป็นอีกแบบนึงก็ได้…เหมือนภาพยนตร์เรื่อง sliding door ที่เสนอเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ ระหว่าง การที่นางเอกขึ้นรถไฟขบวนนั้นทัน และการที่นางเอกขึ้นรถไฟขบวนนั้นไม่ทัน จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น

ถ้าเราสามารถมองเห็นอนาคตได้แบบนั้นก็คงดี จะได้มองเห็นได้ว่า…ถ้า…เราเลือกที่จะลดทิฐิ และกล่าวคำว่าขอโทษ หรือ ฉันเสียใจออกไป หรือการที่เรา กล้าที่เอ่ยปากถามเค้า ในสิ่งที่เราคลางแคลงใจมาตลอด…กับการถือทิฐิ ไม่พูด ไม่ถาม ผลของการกระทำทั้ง 2 อย่างจะออกมาเป็นยังไง

มาถึงวันนี้ ได้รู้ผลของการที่มีทิฐิสูงแล้วว่าเป็นยังไง…หากย้อนเวลากลับได้ คงเลือกที่จะลดทิฐิ อยากจะพูดในสิ่งที่ไม่กล้าพูดมาตลอด ถามในสิ่งที่อยากรู้แต่ไม่กล้าถามมาตลอด ยังจะดีเสียกว่า…การที่ต้องมานั่งเสียใจ ว่าทำไม…ชั้นถึงไม่พูดนะ…ทำไมชั้นถึงไม่ถาม…ทำไมชั้นถึงเอาแต่เงียบมาตลอด…

สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับฉันด์ใด ก็คงไม่มีทางที่จะย้อนเวลากลับไปพูดในสิ่งที่อยากพูด ถามในสิ่งที่อยากถามได้ฉันท์นั้น…

***********************************************

…คุณเคยใช้คำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ความคะนอง
แต่แล้วคำพูดที่พูดออกไป ทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่ายผู้ฟังฟังแล้วเสียความรู้สึกดีๆไป

จะเป็นด้วยความตั้งใจที่จะพูดออกไปหรือไม่ก็ตามแต่
สุดท้ายคนที่รับฟังประโยคเหล่านั้นรู้สึกผิดหวังที่ได้ยินอย่างนั้น

คุณอาจจะรู้สึกดีที่ได้พูดอย่างนั้นออกไป ได้ระบายความรู้สึก
แต่ภายหลัง…คุณกลับมานั่งขบคิดในสิ่งที่คุณทำลงไป
คุณกำลังทำลายความรู้สึกดีๆระหว่างกันลงไป
คุณเริ่มรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป

คำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว มันคืออดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย
มีแต่สติเท่านั้นที่ควบคุมคำพูดที่จะออกจากปากไม่ให้พลั้งเผลอพูดในสิ่งไม่สมควร
เพียงแต่เราขาดสติควบคุม คำพูดที่หลุดออกไปก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งทันที

บางครั้งคุณอยากจะเป็นฝ่ายกล่าวขอโทษในสิ่งที่คุณกล่าว
ซึ่งทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่าย

เพียงแต่คุณไม่กล้า คุณมีทิฐิ คุณเป็นฝ่ายลังเลที่จะกล่าว

อยากให้อีกฝ่ายยกโทษให้คุณ แต่ในใจคุณ ความมีทิฐิ กลัวเสียหน้า
ข่มความกล้าที่จะทำให้คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน
คุณกลับรอเวลาให้ผ่านไปด้วยหวังว่าเวลาที่ผ่านไป…ทุกอย่างก็จะดีเอง

คุณเคยคิดบ้างไหมว่า เวลาที่ผ่านไปยิ่งทำให้ทุกอย่างไม่ดีขึ้นเลย
อีกฝ่ายที่รับฟังคำพูดของคุณ ถึงแม้ว่าคำพูดที่ผ่านไปมันกลายเป็นอดีต
แต่ความรู้สึกมันยังคงค้างอยู่ในใจ

ถ้าทิฐิมันทำลายความรู้สึกที่ดีระหว่างกัน…มีประโยชน์อะไรที่คุณจะถือทิฐิเอาไว้กับตัว
คุณควรจะปล่อยทิฐิตรงนั้นไป

การกล่าวขอโทษ…
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และยากในยามที่ความรู้สึกดีๆระหว่างกันเกิดรอยร้าวขึ้น
ความรู้สึกดีๆจะกลับมาก็เพียงแต่คุณกล้าที่จะเริ่มต้นกล่าวคำขอโทษออกไป

ถามใจตัวคุณเองว่า คุณยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่ไหม
ไม่ต้องกลัวเสียหน้าถ้าคุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน

หลังจากกล่าวออกไป…
คุณจะรู้สึกว่าจิตใจคุณบางเบา
อีกฝ่ายคงรู้สึกดีที่ได้ยินอย่างนั้นและยินดีจะให้อภัยคุณ

ผมเคยมีทิฐิและไม่ยอมที่จะลดละความมีทิฐิ
สุดท้ายผมพบว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรจากการทำแบบนั้น
แล้วกลับมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแทน…

…ถ้าความรักหมายถึง การไม่โกรธ และให้อภัย
คนที่คุณรักเขาคงยินดีและไม่โกรธเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคุณ
และเขาก็ยินดีที่จะให้อภัยคุณตราบเท่าที่เขายังรักคุณอยู่…

 

…อย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินไป…เพราะคำว่าทิฐิที่คุณมีอยู่…จงจำไว้ว่า เวลา คือสิ่งที่คุณไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้…


Responses

  1. ความรักไม่ใช่คำตอบที่ตายตัว

    แต่คามเข้าใจซึ่งกันและกัน คือส่งที่รักษาความรักของกันและกันไว้

    ทุกคนมีทิฐิ อยู่ที่ว่าจะมีมากน้อย บางทีความรักก็ไม่มีเหตุผล

    ทิฐินั้นเลยอาจสร้างความเจ็บปวดในใจก็เป็นได้

    ไปขอโทษเค้าซะ พี่อ้วนนนนนนนนนน

  2. เปิด blog k วรรณ วันนี้สดใสดีค่ะ. k วรรณคิดได้ตอนอายุแค่นี้ก็ ok บางคนทั้งชีวิตเค้าคิดไม่ได้เลย. ตุ๊กตาคิดว่าเรื่องพวกนี้ก็แค่กำแพง. ตุ๊กตาและสามีก็พูดคำนี้กันอยู่บ่อยๆ. เราไม่รู้หรอกว่า ความพอใจและไม่พอใจของแต่ละคนแค่ไหน เพราะเส้นแบ่งของแต่ละคนไม่เท่ากันการลดความสูงของกำแพงลงบ้าง จะทำให้เราห็นอะไรที่กว้างและชัดเจนมากขึ้น. การไม่รู้ไม่ใช่ความผิด ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง. พ่อเคยสอนนานมาแล้ว​ (มัธยม) ถือแมวที่ตายแล้วไปกรมปศุ ฯจากปากนำ้ไปไม่ถูก พ่อพูดคำเดียว ” ทางอยู่ที่ปาก” จากนั้นไม่รู้อะไรก็จะถามไม่ทำเนียนว่ารู้. ยาวเชียวค่ะ.

  3. นั่นดิ จะมีประโยชน์อะไร ที่คุณจะเก็บความสามารถในการ
    ทำเค้กอร่อยๆ ไว้กินคนเดียว!! (เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย ><’)

    น้องวรรณ อย่าลืมสรุปค่าเค้ก ให้พี่ด้วยเน้อ
    แล้วอย่าลืม พักผ่อนให้มากๆ ด้วยนะ ช่วงนี้มีพายุ และคนชุมนุมกันเดินทางไปไหนมาไหน ระวังๆ ด้วยนะจ๊ะ n ___ n


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่